Chapter 1


ณ  บ้านอาโอมิเนะ

“.....O O...”    คิเสะมองไปรอบๆบ้านของอาโอมิเนะด้วยความแปลกตา ซึ่งต่างจากอาโอมิเนะ ที่โยนกระเป๋า กับ เสื้อเชิ้ตของโรงเรียนไปคนละทาง  ตอนนี้ที่ตัวของอาโอมิเนะมีเพียงแค่กางเกงเพียงตัวเดียว  ก่อนที่คิเสะจะหันมาเจอะเข้า

!! อะ...อาโอมิเนจจิ ทำอะไรน่ะ!?”
“ห๊าาา?...ถามแปลกๆ ก็ถอดเสื้อผ้าอยู่น่ะสิ..”   พูดจบก็ทำท่าจะถอดกางเกงออกอีก แต่คิเสะก็เข้าไปห้ามทันทีที่เห็นแบบนั้น

“เฮ้ย~~! เป็นอะไรของนายเนี่ย? คิเสะ?..”
“ก็นายจะทำบ้าอะไรล่ะ!  ก็จริงอยู่ที่นายอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้มีผมอยู่นะ~~! ทำอะไรเกรงใจผมบ้างก็ดีนะ!”   ....หมอนี่เป็นอะไรว่ะเนี่ย? ทำตัวอย่างกะผู้หญิง...อีกอย่าง นี่มันบ้านฉันนะเว้ย~~!..   อาโอมิเนะคิดแบบนั้นเพราะว่าตอนนี้คิเสะหน้าแดงไปหมดแล้ว

“เออๆ ...งั้นนายก็หันหน้าไปทางอื่นสิไป!”   คิเสะทำตามอย่างว่าง่าย รีบหันหลังให้อาโอมิเนะทันที ก่อนที่อาโอมิเนะจะคิดแกล้งคิเสะที่ไม่มีทางสู้(?)

“นี่ คิเสะ...หันมานี่หน่อยสิ..”
“ห๊ะ?! พูดอะไรของนายน่ะ! นายยังโป๊อยู่ไม่ใช่รึไง?”
“..ฉันใส่เสื้อปิดไวว้แล้วน่า...”   แต่ความจริงนั้นกลับกัน!  แต่คิเสะก็ไม่เอะใจ หันกลับไปหาอาโอมิเนะอย่างช้า ก่อนจะตกใจที่ว่า...!

“อ๋าาา~~! อาโอมิเนจจิแกล้งผมนี่! รีบๆหาอะไรใส่ไปเลยไป~!”   อาโอมิเนะที่ไม่ได้ใส่อะไรเลยนอกจากบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว  คนที่โดนแกล้งอย่างคิเสะก็ถึงกลับหน้าแดงเถือก เป็นลูกมะเขือเทศ..ไม่สิมากกว่าลูกมะเขือเทศซะอีก!  ส่วนคนที่แกล้งน่ะหรอ? หัวเราะร่าอยู่แล้วล่ะ ก่อนที่อาโอมิเนะจะเดินไปทิ้งตัวนอนที่เตียงของตนอย่างสบาย  คิเสะที่หันไปเจอก็ถึงกลับหันหน้าหนีอีกครั้ง

“นี่! นายเป็นอะไรเนี่ย? ฉันไปทำอะไรให้นาย?...”
“.....ก็แทนที่นายจะไปอาบน้ำ ไม่ก็ ไปใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆกว่านี้น่ะ!...”
“นายพูดอะไรเนี่ย?...นอนอย่างนี้สิสบายกว่าเยอะ..นายก็มานอนด้วยกันสิ~~”   คิเสะเอามือที่ปิดหน้าออก ก่อนหันไปมองอาโอมิเนะที่นอนอย่างสบายอยู่บนเตียง และพูดออกไปว่า

“ผมขอไปอาบน้ำก่อนดีกว่า....ผมขอยืมเสื้อผ้านายด้วยละกัน..แล้วก็ขอยืมของในห้องน้ำด้วย..”
“ตามบาย...ห้องน้ำเดินออกไปเลี้ยวซ้าย...”   อาโอมิเนะตอบทั้งๆที่กำลังเล่นเกมในโทรศัพท์มือถืออยู่  คิเสะก็ไม่ได้ค้านอะไรทั้งนั้นแต่รีบคว้าผ้าขนหนูที่พาดอยู่ที่เก้าอี้ใกล้ๆมา และรีบเดินออกไปจากห้องเพื่อไปเข้าห้องน้ำทันที

ณ  ในห้องน้ำ

บ๋อม ป๋องงงง (เสียงน้ำอ่ะครับ = =”)

.....โธ่~~...อาโอมิเนจจิล่ะก้อ~~ พูดอะไรแบบนั้นด้วยหน้าตาอย่างนั้นได้สบายๆอีกนะ! อาโอมิเนจจินี่บ้าชะมัด!....
“ตาบ้าเอ๊ย!

[“ฮัดชิ้ว!...ใครมานินทาฉันว่ะเนี่ย?...”]

“ฮิฮิ^^..สงสัยคงส่งไปถึงไวมากกว่าที่คิดซะอีก...”   คิเสะนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่คำพูดที่ตัวเองพูดไปนั้นส่งไปถึงคนที่ตัวเองบ่นได้เร็วมาก  ก่อนที่คิเสะจะนั่งแช่ในอ่างน้ำ ที่มีน้ำอุ่นๆอยู่...

..อ่า~~ ผมชอบที่จะแช่น้ำอุ่นๆที่สุดเลยยยย~~...

ณ  ห้องอาโอมิเนะ

“นี่..อาโอมิเนจจิจะอาบน้ำต่อเลยรึป่าว? น้ำยังอุ่นอยู่นะ....”
“หือ?....อ่า~~ เดี๋ยวไปเดี๋ยวนี้แหละ...”   และอาโอมิเนะก็วางมือจากโทรศัพท์ เดินสวนกับคิเสะไป โดยไม่ลืมที่จะหยิบผ้าขนหนูจากคอขอคิเสะไปด้วย

“เฮ้~! อาโอมิเนจจิ แล้วผมจะเอาผ้าที่ไหนเช็ดผมล่ะ!?
“เดี๋ยวรอฉันกลับมานั่นแหละ”   และอาโอมิเนะก็เดินออกไป  คิเสะทำหน้างงๆ แต่เค้าเพิ่งนึกได้ว่า ยังไม่ได้ถามเรื่องเสื้อผ้ากับคนตัวสูงเลยนี่!  เมื่อคิเสะรู้อย่างนั้นก็รู้สึกหนาวขึ้นมานิดๆ เพราะตอนนี้ คิเสะใส่เสื้อเชิ้ตของโรงเรียนที่ตอนนี้เปียกไปด้วยน้ำที่เพิ่งอาบมาที่ยังเช็ดไม่แห้งที่ซึมออกมา ก็เป็นตัวที่จะทำให้หนาวได้

-เมื่อเวลาผ่านไป-

แกร๊ง ล็อค

อาโอมิเนะที่เพิ่งอายน้ำเสร็จก็เข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบเอวเพียงผืนเดียว พลางขยี้ผมเพื่อให้น้ำที่ติดอยู่ออก  ก่อนที่จะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและก็หยิบบ็อกเซอร์ออกมาใส่แค่ตัวเดียวก่อนจะเดินไปพึ่งผ้าขนหนูที่เก้าอี้ตัวเดิม  และเดินไปที่เตียง ก็พบเข้ากับเจ้าตัวเล็กที่นอนหลับใต้ผ้าห่มของตัวเองบนเตียง

อาโอมิเนะมองอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่า คนตัวเล็กข้างหน้าขอยืมเสื้อผ้าเขานี่นา ก่อนที่จะเปิดผ้าห่มออก ก็พบว่าเจ้าตัวเล็กที่เขาเอากลับมาด้วย ใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดิมของโรงเรียนที่ใส่มาทั้งวัน แทบยังมีน้ำซึมออกมานิดๆอีก  อาโอมิเนะตัดสินใจเรียกคนตัวเล็ก

“เฮ้ย~! คิเสะ...ตื่นก่อนดิ..”
“อือออ....ฮืออ?..อ่า .อาโอมิเนจจิเองหรอ?...”  คิเสะลุกขึ้นนั่ง  อาโอมิเนะก็พลางไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของตัวเองในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะโยนไปให้คิเสะที่ยังนั่งขยี้ตาอยู่

“เปลี่ยนซะ...ใส่เสื้อที่มันเปียกแบบนั้นเดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก....”
“...อืมมม...เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนแล้วกัน อาโอมิเนจจิ~~~...ฉันง่วง~~”   คิเสะทำท่าจะนอนลงไปอีก  แต่อาโอมิเนะก็ฉุดแขนคิเสะขึ้นมาอีก

“ไปเปลี่ยนไป๊~!...เร็ว...”  อาโอมิเนะสั่งเสียงเข้ม  ก่อนจะผลักให้คิเสะไปตรงหน้าตู้เสื้อผ้า ไม่ใช่ว่างห่วงหรืออะไรหรอกนะ  แต่ว่าเขากลัวน้ำมันจะซึมออกมาที่เตียงจนมันชื้นซะมากกว่า คิเสะทำท่าไม่พอใจ แต่ก็ทำตามแต่โดยดี

คิเสะเริ่มปลดกระดุมบนสุดจนลงมาล่างสุดจนหมด  ก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ออกและดยนมันเข้าตะกร้าไปอย่างแม่นยำ  ก่อนที่จะนำเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่แทน

“นี่~~อาโอมิเนนจิ~!...มันไม่ใหญ่ไปหรอ?...มันปิดตัวผมมิดเลยนะ..ดูสิ~~”   อาโอมิเนะละจากโทรศัพท์ที่เล่นเงยหน้าไปมองคิเสะที่ยืนกางแขนให้ดูว่า เสื้อมันตัวใหญ่ขนาดไหน  เสื้อมันใหญ่ และ ยาวมาก  ยาวลงมาจนเกือบครึ่งขาของคิเสะเลย

“.....ไม่หรอก....ใส่ๆไปเหอะน่า...”   อาโอมิเนะพูดก่อนที่จะหันกลับไปเล่นโทรศัพท์อีกครั้ง คิเสะทำหน้าบูดๆใส่

“...แล้ว...บ็อกเซอร์นายน่ะ...จะใส่อยู่อย่างนั้นรึไง?...”   คิเสะที่ตาปรือๆมองอาโอมิเนะ ก่อนจะก้มลงไปมองข้างล่างของตัวเอง ก่อนจะเยหน้าขึ้นมองอาโอมิเนะที่นอนเล่นโทรศัพท์ของตัวเองอยู่

“...แล้วนายมีให้ผมรึไง?.....///”   อาโอมิเนะเหลือบตามองคิเสะ ก่อนที่จะพูดไปว่า   “....ก็แล้วแต่นาย....”
คิเสะมองอาโอมิเนะอย่างไม่เข้าใจ  ก่อนที่จะคิดๆอยู่ว่า  ....เสื้อมันใหญ่ขนาดนี้ ถอดมันออกก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง....  พอคิดอย่างนั้น ด้วยความที่กลายเป็นเด็กไปชั่วขณะ(?)  ก็ถอดกางเกงบ็อกเซอร์ของตัวเองออก และโยนมันใส่ตะกร้าไป  ก่อนที่จะกระโดดไปนอนข้างๆอาโอมิเนะ  อาโอมิเนะก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมัวแต่เล่นเกมในโทรศัพท์ตัวเองอยู่

“..............”
“..............”
ทั้งคู่ต่างเงียบกันทั้งคู่  ไม่มีใครเอ่ยปากใดๆ   อาจเป็นเพราะว่าเพิ่งเจอกันรึป่าว  ก็เลยไม่มีเรื่องจะคุยด้วย..... แต่เมื่อเวลาผ่านไปคิเสะก็เป็นฝ่ายที่เปิดบทสนทนาก่อน

“นี่....อาโอมเนจจิ..”
“หืออ?...”
“..คือ...อาโอมิเนจจินี่..เจอผมได้ยังไงงั้นหรอ?”   คิเสะพูดด้วยสีหน้าที่สงสัยเต็มเปา   อาโอมิเนะที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ถึงกับสะดุ้งกับคำถามนั้น

“คือ....จะว่าไงดีล่ะ...คือ.....”
“????”   คิเสะเอียงคอนิดหน่อยเพราะความสงสัย  อาโอมิเนะก็เอาแต่อ้ำอึ้ง คิดหาคำตอบที่มันดูดีๆตอบไป...แต่ก็คิดไม่ออกเลยตอบตามความจริงไปว่า

“....ฉัน....ทำบาสอัดใส่หัวนาย...ก็เยต้องรับผิดชอบน่ะ....”
“หา??..อะไรอ่า~~! อาโอมิเนจจิเป็นคนอย่างนี้หรอเนี่ย!..”   คิเสะท่างอนๆอาโอมิเนะ  ก่อนจะฝาดไปที่ไหล่ของอาโอมิเนะอย่างแรง

“โอ๊ยย!!...เจ็บนะเฟ้ย! เจ้าบ้า!”  คิเสะมองอาโอมิเนะอย่างขุ่นเคืองก่อนจะดันให้อาโอมิเนะลงไปจากเตียง ก่อนที่ตัวเองจะนอนลงและเอาผ้าห่มมาห่ม

“เฮ้ย! คิเสะ..นี่มันบ้านฉันนะเว้ย!
“................”
“เฮ้ย! คิเสะ...”
“ไม่ต้องเข้ามาเลย  คืนนี้นายนอนล่างนั่นแหละ! ชิ!
“ห๊าาา?!




Kiyoshi & Huwga Part


ณ  โรงพยาบาล

“..นี่..ฮิวงะ..นายต้องการอะไรรึป่าว?  ฉันจะลงไปซื้อน้ำกับอาหารน่ะ...”
“..เอ่อ...คือ...ไม่ต้องหรอก!...ถ้าฉันต้องการอะไรเดี๋ยวฉันไปซื้อเองได้..”

คิโยชิทำท่างงๆ  ก่อนจะยิ้มแหยๆกลับไปให้ฮิวงะอย่างงงๆ   ฮิวงะเองก็ทำท่าไม่ถูกเหมือนกัน ปกติเขาไม่ใช่แบบนี้หรอกนะ!

“อ่า...งั้นเดี๋ยวฉันมานะ...มีอะไรก็เรียกพยาบาลได้นะ....”
“อ่า..อืม...”
คิโยชิบอกอย่างงั้น  ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของฮิวงะ  โดยที่ไม่ลืมจะปิดประตูให้ ฮิวงะเมื่อเห็นว่าคิโยชิออกไปแล้ว ก็ค่อยๆลุกออกจากเตียง  เพื่อเดินไปสูดอากาศ เพราะว่าเจ้าโย่งนั่นเวลาอยู่ละก็ ไม่ให้เขาลุกไปไหนเลย!

“ฮ้าาา~~..สบายสุดๆไปเลย...”   ฮิวงะเดินออกมาจากห้อง มาอยู่ที่ระเบียง  ก่อนจะพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มบางๆ  ไม่มากนักที่เขาจะมีเวลาอยู่กับตัวเองแบบนี้  

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณทุ่มกว่าๆ  ฟ้าก็ไม่ได้มืดอะไรมาก  ถามยังมีอากาศที่ดีสุดๆไปเลย  ฮิวงะยืนตาก ลมอยู่อย่างนั้นสักพัก เมื่อเขารู้สึกหนาวจึงเข้ามา  ซึ่งเป็นจังหวะเหมาะกับที่คิโยชิเข้ามาพอดี

“ทำอะไรน่ะ? ฮิวงะ?...”
“...คือ....ฉันออกไปสูดอากาศน่ะ....”
“......งั้นหรอ?..งั้นมากินอะไรก่อนมั้ย?...”   คิโยชิพูดพร้อมชูถุงอาหาร ผลไม้ ที่เป็นอาหารที่เหมาะกับคนป่วยอย่างฮิวงะอย่างยิ่ง

“เอ่อ.....”
“มาเถอะๆ...ฉันว่านายต้องหิวแล้วแน่ๆ”
“แต่ฉันยังไม่...อ๋า~~”   ฮิวงะพูดยังไม่ทันจบก็ถูกคิโยชิลากเข้าไปในห้องตามเดิม ก่อนที่จะคับบังให้ฮิวงะนั่งลงที่เตียงคนไข้ตามเดิม  และเดิมไปหยิบของที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาเมื่อกี้มาหนึ่งอัน

“กินซะก่อน...แล้วจะขอฉันไม่หยุด...”   คิโยชิยื่นกล่องขนมคุกกี้ไปให้ฮิวงะ  ฮิวงะก็รับมาอย่างงงๆ  ก่อนที่จะค่อยเปิดกล่องอย่างช้าๆ และหยิบมาหนึ่งชิ้น  คิโยชิหยิบกล่องคุกกี้กลับไปตามเดิม  ก่อนที่ฮิวงะจะค่อยเปิดปากงับคุกกี่ตัวเองหยิบมา

“..........(อร่อยแหะ).......”   ฮิวงะพึมพำออกมาเบาๆ  แต่คิโยชิก็ได้ยิน เพราะอยู่ได้แทบจะประชิดตัวอยู่แล้ว  พอฮิวงะกินคุกกี้หมดอันแล้ว ก็พูดว่า

“...มีของอย่างอื่นอีกรึป่าว?....”
“....มีสิ..เยอะด้วย^^”   คิโยชิหน้าเปื้อนยิ้มขึ้นมาทันทีที่ได้ยินฮิวงะพูดแบบนั้น   ก่อนที่จะเดินไปหยิบถุงของของที่คิโยชิเพิ่งซื้อมาไว้ข้างๆเตียงคนไข้

“..มีทั้ง...น้ำผลไม้..อาหารแช่แข็ง(ที่อุ่นแล้ว)  ..ฯลฯ(คิโยชิซื้อมาเยอะเกินไป= =”)”
“..นายจะกินหมดนี่เลยหรอ?...”   คิโยชิหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามตามนิสัยของเจ้าตัว.  ก่อนที่คิโยชิจะตอบไปว่า

“...ก็คงไม่หมดหรอก...แต่ถ้า....”
“.........”
“..แต่ถ้านายช่วยกันกินก็หมดนะ ^[++]^”   คิโยชิยิ้มร่าตามนิสัย  ฮิวงะก็ดูอึ้งๆไปนิด แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป

“งั้นคืนนี้ไม่ต้องกลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่มีของกินกลางดึก...”

“ฉันคงไม่ตื่นมาตอนกลางดึกหรอกน่า...เพราะงั้นไว้ใจได้เลยว่าฉันไม่กินของๆนายแน่..”

“..งั้นหรอ?....”   คิโยชิถามเชิงกวนๆ  ฮิวงะหันไปทางคิโยชิทำหน้าบึ้งปากงอเป็นเด็กขี้งอนเป๊ะ!




Aomine & Kise Part

ตอนเช้า บ้านอาโอมิเนะ

“นี่~~!  อาโอมิเนจจิ~~~! ตื่นได้แล้ววว สายป่านนี้แล้วน๊าาา~~!”   ตอนนี้เป็นเวลา 09:31 นาที  ของวันเสาร์  อาโอมิเนะที่หลับอยู่  โดนปลุกแบบนี้ก็ถึงกับสะลึมสะลือกันเลยทีเดียว  เพราะปกติอาโอมิเนะจะตื่นสายทุกๆวัน (ไม่เว้นแม้แต่วันที่ไปโรงเรียน)

“อือ~~! น่ารำคาญน่า~คิเสะ!...ไปไกลๆฉันไป๊~!”   อาโอมิเนะพูดพลางโบกมือไปมาเพื่อเป็นสัญญาณว่าให้ไปไกลๆ

“งืออ~! อาโอมิเนจจิ~~!  ตื่น~~!”   คิเสะดึงแขนของอาโอมิเนะขึ้นข้างนึง ด้วยแรงที่มีทั้งหมด  แต่ก็ไม่เป็นผล แต่กลับล้มไปนอนกับอาโอมิเนะด้วยนี่สิ!

“งือออ~~! อาโอมิเนจจิ~~! ลุกได้แล้ว~~!

“ฮือออ~~! ก็ว่าไปไกลๆไง~~!

หลังจากที่คิเสะใช้เวลาปลุกอาโอมิเนะอยู่นาน

“ฮ้าวววว~~! ง่วงเว้ย~!
“ไม่ต้องมาบ่นเลยนะอาโอมิเนจจิ! ก็เมื่อคืน ผมบอกให้อาโอมิเนจจินอนตั้งหลายรอบแล้ว แล้วก็ไม่นอนเอง!

“เฮ้ยๆ~! ก็เมื่อคืนนายเองไม่ใช่รึไงที่ไล่ฉันลงไปนอนข้าล่างน่ะ!
“อะไร!? ผมป่าวซะหน่อย!

“นายนั่นแหละ!

“ผมไม่ได้พูด!

“นายนั่นแหละ!

และทั้งคู่ก็ยืนเถียงกันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่เดินไปเดินมากันอยู่ โดยมีพวกแฟนคลับของคิเสะที่จ้องคิเสะกับอาโอมิเนะตาเป็นมัน

“ฮึ่ย! ผมยอมอาโอมิเนจจิแล้วก็ได้!”   คิเสะพูดอย่างงอนนิดๆ แต่อาโอมิเนะก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
“ว่าแต่...นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย?”

“หืออ? ก็ผมจะให้นายช่วยพาผมไปซื้อพวกเสื้อผ้าน่ะสิ! ผมไม่มีทางที่จะใส่เสื้อของอาโอมิเนจจิอีกแล้ว~!
“ห๊ะ?!  เฮ้ยๆ! ฉันไม่มีตังค์ขนาดนั้นหรอกนะเว้ย~!

“ไม่ต้องห่วง^^~~

คิเสะพูดก่อนที่จะค้นกระเป๋าที่สะพายมาด้วยของตัวเอง (ตามจริงก็ของอาโอมิเนะนั่นแหละ) ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตข้นมา 2 ใบ  อาโอมิเนะมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

“ผมเจอมันอยู่ในกระเป๋าผมน่ะ.. ผมจำได้ลางๆว่าผมจำรหัสบัตรพวกนี้ได้น่ะ^^
“หืออ?  แล้วนายจำอย่างอื่นไม่ได้เลยหรอ?...”
“ฮึ~~! ... ไม่ได้เลยสักอย่างล่ะ..”   อาโอมิเนะถอนหายใจออกมาเบาๆ  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป  ถึงเขาจะเรียนได้ไม่ดี เกรดต่ำ และก็ไม่รับผิดชอบอะไรมาก (เอ้ย! นี่เธอหมายถึงฉันเรอะ?!<<อาโฮ่ // ป่าวแจ๊~~!<<ไรท์) แต่เขาก็พอรู้หรอกว่ามันคงต้องนานหน่อยที่จะให้ความจำบางส่วนกลับมาอ่ะนะ

“......นี่.....อาโอมิเนจจิ...”
“หืออ?......”
“..คือ.....ถ้าผมจะบอกว่า.....”   คิเสะอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะพูด  ก่อนที่จะก้มหน้าลงและหยุดเดิน อาโอมิเนะที่เดินคู่ๆกันมาเห็นว่าคิเสะหยุดเดินก็เลยหันกลับไปดู

“เฮ้ย! คิเสะ...”

[“อ๊ะ! นั่นมันคิเสะคุงไม่ใช่หรอ?”]
[“เอ๋?! จริงๆหรอนั่น!? ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาเจอตัวจริงอ่ะ”]

[“นี่ๆ นั่นคิเสะคุงใช่ม๊า?”]
[“โอ้! จริงด้วยสิ! คิเสะคุงนี่นา~~!]

บลาๆ บลาๆ

“..นี่..อาโอมิเนจจิ...ทำไมผมรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่เลยอ่ะ....”
“อ่า....ฉันก็ด้วย....”

“ผมว่าเรารีบไปกันเถอะ~!”   และคิเสะก็ดันให้อาโอมิเนะเดินหน้าไป โดยที่ตัวเองหลบอยู่ข้างหลัง  ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปทางลัดที่จะไปให้พ้นสายตาที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่

สักพัก พวกเขาก็มาอยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง  ทุกคนเริ่มจ้องมองไปที่พวกเขามากขึ้น  เนื่องด้วยว่าในบริเวณนี้เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องแฟชั่น เครื่องแต่งกาย ดารา นักร้องนักแสดง และ นายแบบด้วย
“นี่อาโอมิเนจจิ...ทำไมผมรู้สึกว่ามีคนมองพวกเรามากขึ้นอ่ะ?....”
“แล้วฉันจะไปรู้มั้ยล่ะ?...ฉันก็มากับนายเนี่ย..”

“....ก็จริงแฮะ...เอ๋~~! แต่เดี๋ยวสิอาโอมิเนจจิ!”   อาโอมิเนะพูดตอบไป ก่อนที่จะเดินนำหน้าคิเสะเข้าไปข้างใน  คิเสะที่มัวยืนเอ้อระเหยก็ถึงกับร้องเสียงเลยทีเดียว

ณ  ในห้างสรรพสินค้า

[“นั่นคิเสะ เรียวตะ นายแบบคนดังคนนั้นใช่มั้ยนั่น?”]
[“โอ๊ะ!จริงด้วย!...ว่าแต่ เขามากับใครน่ะ เพื่อนหรอ?”]

[“นั่นคิเสะคุงนี่นา...มากับใครกันน่ะ?...”]
[“คงจะเป็นเพื่อนของคิเสะคุงล่ะมั้ง....”]

บลาๆ บลาๆ

“นี่.....อาโอมิเนจจิ!  ผมว่าเราเข้าไปร้านนี้ดีกว่า  ดูสไตล์เสื้อผ้าแล้วน่าสนใจมากเลยล่ะ~!
“อ่าาา~~ แล้วแต่นายเถอะ...”  
“..งั้นอาโอมิเนจจิก็เข้ามาด้วยกันเลย! จะได้ซื้อเสื้อผ้าสบายๆไว้ใส่ตอนนายอยู่บ้าน^^...”

คิเสะไม่รอให้อาโอมิเนะพูดอะไรตอบออกมา  รีบคว้าแขนอาโอมิเนะให้เดิน(?) ตามเขาเข้าไปในร้าน เพื่อที่จะดูเสื้อ (อันที่จริง ต้องการี่จะหนีจากสายตาคนอื่นๆนั่นแหละ)   อาโอมิเนะที่ถูกลากไปก็ไม่ได้หืออืออะไร  กลับเดิน(?)ตามคิเสะไปแต่โดยดี

พอเข้ามาในร้าน พนักงานสาวสวยก็กล่าวคำต้อนรับทันที  ก่อนที่คิเสะจะยิ้มให้ ลากอาโอมิเนะไปในมุมที่ไม่ค่อยมีคน ซึ่งเป็นมุมขอเสื้อผ้าสำหรับคนผิวคล้ำอย่างอาโอมิเนะ   อาโอมิเนะที่เดินตามมาก็ทำหน้าหน่ายๆกับการกระทำที่เหมือนเด็กเกินไปของคิเสะ  แต่ก็ยอมเป็นหุ่นตุ๊กตาขี้ผึ้งให้คิเสะลองเสื้อผ้าที่เลือกให้

“....อืมมมม...ผมเลือกไม่ถูกอ่ะ....อาดอมิเนจจิคิดว่าไงอ่ะ?....”
“ฉันอย่างไงก็ได้  เพาะส่วนใหญ่ฉันก็ไม่ค่อยได้ใส่เสื้อผ้าตอนอยู่บ้าน และก็ ไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วย....เพราะงั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องมีพวกเสื้อผ้าอะไรนั่นหรอก...”

“ง่ะ~! ได้ไง!  ต่อไปนี้นายก็จะมีผมไปอยู่ด้วยแล้วนี่!...”
“ห๊ะ?!
อาโอมิเนะตกใจกับที่คิเสะพูดเมื่อกี้   ...มะ....เมื่อกี้...แกว่าไงนะ?.....อยู่กับฉันเรอะ?....   อาโอมิเนะนิ่งไปนาน จนทำให้คิเสะสงสัยเลยถามไปว่า

“นี่! อาโอมิเนจจิ?!...เป็นอะไรรึป่าว?...”
“.....หือออ~~~?...”
“อ๊ะ!
อาโอมิเนะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับหน้าตายที่น่ากลัวปนงงนิดๆ   คิเสะที่กลายเป็นเด็กทางด้านปัญญาก็ถึงกับกลัวกันเลยทีเดียว  ก่อนที่อาโอมิเนะจะกับไปสู่โหมดเดิม และทำหน้าเหมือนกลุ้มใจ

“อาโอมิเนจจิ..?....”
“..ไม่มีอะไร...”
“ห๊าาา~? ..อะไรของนายเนี่ย?...”
“ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง...รีบๆซื้อเถอะน่า...”
“ก็ผมยังไม่รู้เลยว่านายชอบอันไหนน่ะ!
อาโอมิเนะที่หันหลังทำท่าจะเดินกลับไปข้านอก  ก็ต้องหันกลับมาเมื่อได้ยินคิเสะพูดแบบนั้น  ก่อนที่จะเดินไปหาคิเสะ  คิเสะมองอาโอมิเนะด้วยท่าทีที่แปลกไป เหมือนจะงอนอาโอมิเนะด้วยซ้ำ!   แต่คิเสะก็เป็นได้ไม่นาน ก็ต้องตกใจเมื่ออาโอมิเนเดินเข้าใกล้ตัวเองเกินความจำเป็น แถมยังยื่นใบหน้าหล่อคมคายนั่นเข้ามาอีก!  อาโอมิเนะค้างอยู่อย่างนั้นสักครู่ คิเสะก็หลับตาปี๋  ก่อนที่อาโอมิเนะจะพูดว่า

“.............ฉันชอบสีฟ้าเข้ม....//
“เอ๋?....”   อาโอมิเนะก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งไว้เพียงคิเสะที่ยืนอึ้ง และ หน้าแดง หัวใจเต้นกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้  ก่อนที่คิเสะจะหน้าแดงเพิ่มขึ้นจากที่อาโอมิเนะพูดเมื่อกี้
“....เป็นอะไรของเขากันเนี่ย....”

....แล้วเราล่ะ...เป็นอะไรเนี่ย?....ทำไมใจต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย?.....

คิเสะนึกในใจพลางหน้าแดงไปด้วย  ก่อนที่จะนึกถึงประโยคที่อาโอมิเนะเพิ่งพูดไปเมื่อกี้

-“ฉันชอบสีฟ้าเข้ม”-

คิเสะเงยหน้าขึ้นจากมือของตัวเอง  ก่อนที่จะหันไปทางเสื้อยืดที่ตัวเองกับอาโอมิเนะเพิ่งยื่นเลือกเมื่อกี้  ก่อนที่สายตาของคิเสะจะแหงะไปเห็นเสื้อยืดตัวใหญ่พอๆกัยอาโอมิเนะ สีฟ้าเข้ม ก็ถึงกับเหวอไปเลย

“ที่อาโอมิเนจจิพูดเมื่อกี้....เพราะเห็นเสื้อตัวนี้หรอ?....หรือเพราะว่า....”   คิเสะหันไปมองอาโอมิเนะที่ยืนรอคิเสะอยู่ข้างหน้าโซนที่เข้ามา  ก่อนที่จะหันกลับมามองเสื้อยืดในมือ...ก่อนที่จะเดินไปหยิบเสื้อฮู้ดสีน้ำตาลอ่อนที่มีขนาดพอๆกับตัวของอาโอมิเนะมาอีก 1 ตัว  และรีบวิ่งไปหาอาโอมิเนะทันที

“ขอโทษทีนะอาโอมิเนจจิ..พอดีว่าฉันมัวหาเสื้อที่เหมาะกับนายอยู่น่ะ...”
“..อ๋อ...เหรอ?......// ....ไปเลือกเสื้อผ้าของนายได้แล้วมั้ง..”

“อือ! อาโอมิเนจจิไปเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ^^...”
“เออ.....”

อาโอมิเนะตอบอย่างเรียบๆตามนิสัย  ไม่ได้พูดอะไรมาก  เพราะว่าเห็นเสื้อที่คิเสะหอบออกมาด้วยนั่นแหละ เป็นชุดเสื้อ ที่คิเสะเลือกถูกใจเขามาก เพราะเขาน่ะ ชอบใส่เสื้อฮู้ดคู่กับเสื้อยืด เพราะเวลาทำอะไรมันก็สะดวกไปหมด  แต่โฟกัสไปที่เสื้อยืดตัวใหญ่สีฟ้าเข้มนั้นมากกว่า  ที่อาโอมิเนะบอกว่าชอบสีฟ้าเข้มน่ะ...เพราะว่าเขาเดินไปเจอและหยิบออกมาดูตอนที่คิเสะมัวแต่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ และเขาก็เอามันวางไว้ที่เดิม ก่อนที่จะไปบอกคิเสะนั่นแหละ เพราะโซนนั้นมีเสื้อที่สีฟ้าเข้มเพียงตัวเดียว.....

ณ  โซนเสื้อผ้าที่คิเสะกับอาโอมิเนะไปเลือก

“นี่ๆๆ! อาโอมิเนจจิ...คิดว่าตัวไหนมันเหมาะกับผมอ่ะ?”
“.......ฉันไม่รู้......”
“อ๋า~~! ได้ยังไงล่ะ~~! อาโอมิเนจจิช่วยผมเลือกหน่อยสิ....”

อาโอมิเนะทำท่าทางรำคาญนิดๆ  ก่อนที่เดินไปหาคิเสะที่ยืนกันคนละฟาก และจ้องสลับระหว่างคิเสะกับเสื้อตัวสีฟ้าสว่างในมือซ้ายของคิเสะ  และก็หันไปมองเสื้อตัวสีฟ้าเข้มที่อยู่อีกมือของคิเสะ สลับกันแบบนี้ซ้ำๆ  ก่อนที่จะพูดเป็นนัยๆไปว่า

“..คนที่อยู่กับฉันน่ะ ไม่ต้องเลือกอะไรมากหรอก  แต่เลือกแล้วมันมีประโยชน์กับคนคนนั้น และฉัน  ฉันก็พอใจ.....”
“เอ๋~?...อืมม~~...”   คิเสะทำหน้างงอยู่แปปนึง  ก่อนที่จะก้มหน้าลงดูเสื้อทั้ง 2 ตัวในมือ.... ก่อนที่จะเอาเสื้อตัวสีฟ้าสว่างไปแขวนวี่เดิม และเดินไปหยิบเสื้อคุมสีน้ำตาลอ่อนๆ มาอีก 1 ตัว  ก่อนที่จะยิ้มให้อาโอมิเนะและเดินนำออกไป   อาโอมิเนะยิ้มน้อยๆ ก่อนจะคิดในใจว่า....

...หมอนี่..น่ารักดีแฮะ....

อาโอมิเนะยืนยิ้มอยู่แบบนั้น  ก่อนจะรู้สึกตัวและสลัดความคิดบ้าๆนั่นออกไป  ก่อนที่จะเดินตามคิเสะไปอย่างใจเย็น

ณ  เคาเตอร์

“..ทั้งหมด 21,000 เยนค่ะ....”
“นี่ครับ^^...”   คิเสะยื่นบัตรเครดิตที่เขาเอามาด้วยไปให้พนง.สาว  พนง.สาวก็รับมา ทำการชำระเงิน ยื่นใบเสร็จเสร็จสรรพ  ก่อนที่พนง. จะขอบคุณคิเสะและอาโอมิเนะ  และทั้งคู่ก็ออกมาจากร้าน

พอพวกเขาออกมาจากร้านก็ต้องรีบหาร้านต่อไปสิงสู่อย่างรวดเร็ว  เพราะเมื่อพวกเขาออกมาจะถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมองเขาอยู่   และก็ได้มาลงเอยที่ร้านเสื้อผ้าอีกแห่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านแรกมากนัก โดยมีคิเสะเป็นคนเลือก

ณ   ด้านในร้าน

“สวัสดีค่ะ...เชิญเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่น่าสนใจ สไตล์ใหม่ๆที่เพิ่งมาถึงก่อนได้เลยนะค่ะ^^
“ครับ^^

พนง.สาวกล่าวทักทายคิเสะตามมารยาทของพนง. ที่ต้องต้อนรับลูกค้า  เมื่อลูกค้าเข้าร้าน   ก่อนที่คิเสะจะลากอาโอมิเนะไปในมุมของเครื่องประดับต่างๆ  เช่น  สร้อยคอกางแขนที่กำลังเป็นที่นิยม หรือแบบต่างๆมากมาย  กำไลข้อมือ  แหวนสลัก  ต่างหูแบบห่วง แบบก้าน มีหมด ฯลฯ คิเสะเลือกหยิบต่างหูแบบห่วงสีเหลืองขึ้นมาข้างนึง  ก่อนที่จะหันไปถามอาดอมิเนะที่ยืนเลือกพวกสร้อยคออยู่อย่างลวกๆ

“นี่ อาโอมิเนจจิ..มันเหมาะกับผมมั้ยอ่ะ?....”   อาโอมิเนะหันมาตามเสียงเลือก  ก่อนที่จะเดินไปหาคิเสะ และจ้องมองต่างหูที่อยู่ในมือของคิเสะอย่างไม่จริงจังมาก  ก่อนที่จะหยิบมันไปวางไว้ที่เดิม และหยิบสีใหม่ขึ้นมา และ ถอดต่างหูอันเก่าของคิเสะออก และใส่อันที่เขาเพิ่งหยิบมาใหม่ไป  ก่อนจะพูดว่า

“สีนี้แหละ...เหมาะกับนายที่สุด....”
“....O//////O.....”

คิเสะยืนค้างนิ่งกับการกระทำของอาโอมิเนะเมื่อกี้นี้  ก่อนที่จะหน้าแดงออกมาอย่างไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด  แต่ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะการกระทำเมื่อกี้นี้และสีของต่างหูก็เป็นไปได้  เพราะอาโอมิเนะเลือกอันที่มันแตกต่างจากของเดิมไม่มากนัก แถมยังเป็นสีฟ้าเข้มนั่นอีก   อาโอมิเนะมองคิเสะอยู่แปปนึงก่อนที่จะเดินไปเลือกของอย่างอื่นต่อ โดยมีคิเสะเดินตามไปอย่างไม่ห่าง  และก็มาหยุดอยู่ตรงที่โซนของกำไลข้อมือแบบหนังแท้

“...หืมม?...อาโอมิเนจจิชอบแบบนี้หรอ?...”
“..ก็ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษหรอก  แต่ผ่านตาก็ซื้อหมดนั่นแหละ...”  
คิเสะมองอาโอมิเนะแบบว่า  .....ถ้านั่นไม่เรียกว่า พิเศษ ...แล้วถ้าพิเศษ คงไม่ตะเวรหาเลยรึไง?...  ก่อนที่คิเสะจะมองของที่อยู่ต่อหน้าตัวเองอย่างพิจารณา  ก่อนที่มือเรียวจะไปหยิบกำไลข้อมืออันนึง และ เป็นจังเดียวกับที่อาโอมิเนะหยิบชิ้นนั้นด้วย  คิเสะหันไปมองอาโอมิเนะ  อาโอมิเนะก็มองคิเสะกลับด้วยสายตาที่เรียบเชียบ  ก่อนที่คิเสะจะเป็นฝ่ายชักมือกลับไป  อาโอมิเนะหยิบกำไลมือนั้นขึ้นมาโดยที่ยังคงหันมองคิเสะอยู่

“..นาย....”
“คือ ผมว่ามันน่าจะเหมาะกับอาโอมิเนจจิดีน่ะ...เลยกะว่าจะให้อาโอมิเนจจิลองดู....”
“...ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร.........เอาไปจ่ายให้ด้วยแล้วกัน...”
อาโอมิเนะวางกำไลข้อมือสลักลาย ลงบนมือคิเสะ  ก่อนที่จะเดินไปทางโซนของแหวนอีกโซนนึง  คิเสะก็เดินตามอาโอมิเนะไปอย่างว่าง่าย แบบไม่ห่าง

“..นี่! อาโอมิเนจจิ... เขามีการให้สลักแหวนได้ด้วยล่ะ....”
“หือ?...”
อาโอมิเนะหันไปมองคิเสะที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะวางโชว์แหวนแบบเรียบๆ    ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคิเสะ  มองก็เห็นป้าย สลักแหวนฟรีเมื่อซื้อ 2 วง  อาโอมิเนะมองคนข้างๆตัวเองที่ทำตาวาวๆ  ก่อนที่จะพูดไปว่า

“ถ้านายอยากได้ก็ไปซื้อเซ่....”
“เห~~?...มันก็อยากได้อยู่หรอก  แต่ว่าอีกวงผมจะให้ใครดีล่ะ.....”   อาโอมิเนะมองคนข้างๆคุ่นคิดอย่างหนักเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่  ก่อนที่คนตัวเกจะดีดนิ้วป๊อก  และหันมาพูดแบบยิ้มๆกับอาโอมิเนะว่า

“งั้น~ อีกวงผมให้อาโอมิเนจจิเก็บไว้นะ^^
“ห๋า~~? ให้ฉันเนี่ยนะ?....”
“อือ~! ใช่! ผมให้อาโอมิเนจจิเก็บไว้นะ^^ ..คิดซะว่า เพื่อเป็นการตอบแทนที่อาโอมิเนจจิช่วยผมก็แล้วกันนะ^^
อาโอมิเนจจิทำท่าจะแย้ง แต่ก็ไม่ทัน เพราะว่าคิเสะไปบอกกับพนง.ที่รับผิดชอบโซนตรงนั้นไปแล้ว  ทำการเขียนสิ่งที่จะสลักลงไปเรียบร้อย  ก่อนที่คิเสะจะเดินไปหยิบแหวนวงนึงมาใส่วัดนิ้วตัวเอง  และไม่ลืมที่จะหยิบมาให้อาโอมินะวัดด้วย  เมื่อได้ไซต์แล้วก็ยื่นแหวนให้กับพนง.ที่ประจำอยู่ที่โซนนั้นไป

“อีกประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงมารับนะครับ^^
“ครับ~~^^
และทั้งคู่ก็เดินไปที่เคาร์เตอร์เพื่อชำระเงิน  พอพวกเขาชำระเงินเสร็จ ก็ตะลอนไปร้านนู้นร้านนี้เท่าที่จะมีในห้าง  รวมถึงไปดูหนัง  กินข้าว  ซื้อของใช้ต่างๆของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของคิเสะหมด ไม่ว่าจะเป็น กกน. เสื้อ  กางเกง  น้ำหอม แปรงสีฟัน ฯลฯ สรุปแล้ว  พวกเขาก็ซื้อไปเยอะเหมือนกัน  และแล้ววันนี้พวกเขาก็ได้เที่ยวไปในตัวเลยทีเดียว

“นี่...อาโอมิเนจจิ นี่ก็เย็นมากแล้วอ่ะ เดี๋ยวแวะไปเอาแหวนแล้วกลับกันเถอะ...”
“..อือ..ฉันก็ง่วงแล้วเหมือนกัน...ฮ้าววว~~

“จะนอนอย่างเดียวเลยนะเนี่ย อาโอมิเนจจิเนี่ย...”
“ช่างฉันเถอะน่า!

ณ   ร้านที่พวกเขาสั่งแหวนไว้~

“สวัสดียามเย็นค่ะ....มารับแหวนใช่มั้ยค่ะ?...”
“อ่อ ครับ..พอดีมัวเที่ยวเพลินเลยลืมดูเวลาไปหน่อยน่ะครับ^^
“...นี่ค่ะ...”
พนง.สาว ยื่นถุงที่มีกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ใส่อยู่ข้างใน   คิเสะรับมา ก่อนที่จะขอบคุณและเดินออกจากร้านมา  ก่อนที่จะเดินกลับออกไปจากห้างสรรพสินค้า  ระหว่างเดินทางกลับคิเสะก็หยิบกล่องขึ้นมาทั้ง 2 กล่อง  และเปิดดูข้างใน  ก็ถึงกับปรากฏยิ้มขึ้นมา  ก่อนที่คิเสะจะปิดกล่องลงไปตามเดิม และส่งกล่องหนึ่งไปให้อาโอมิเนะ  อาโอมินับมันมาอย่างงงๆ  ก่อนที่จะเปิดดูข้างใน

“....หืออ?...ที่ร้านก็สลักได้ดีนี่นา...แต่ไอ้คำที่สลักลงไปนี่มันคืออะไร?...”   อาโอมิเนะชื่นชมอยู่สักแปป  ก่อนี่จะหันกล่องที่มีแหวนอยู่ในนั้น ซึ่งสลักไว้ว่า ‘R Y D’

“ก็...หมายถึงผมกับอาโอมิเนจจิไง^//^
“หาาา~~!?...อะไรของนาย...”
“อาโอมิเนจจิลองใส่ดูสิ......นี่ไง~~
คิเสะบอกก่อนที่จะชูมือซ้ายของตัวเอง ที่มีแหวนที่สลักว่า ‘D Y R’  อยู่เช่นกันที่อยู่ที่นิ้วนางขึ้นมาให้ดู ก่อนที่อาโอมิเนะจะใส่แหวนที่อยู่ในมือของตัวเองที่นิ้วนางข้างขวา  ตามคำขอของหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์(?) ที่อยู่ในวัยซน  เมื่อคิเสะเห็นดังนั้นก็ยิ้มร่า และเดินไปข้างหน้าเหมือนเป็นเด็กๆ


ณ  บ้านอาโอมิเนะ

“อ่าาา~~ เหนื่อยอ่ะ~~ หนาวด้วย~~....ตัวผมเย็นไปหมดแล้วอ่ะ..”
“อย่ามาบ่นน่าคิเสะ...เพราะนายไม่ใช่รึไงที่มัวแต่เล่นในสวนหลังบ้านฉันน่ะ!

อาโอมิเนะพูดหลังจากที่เขาเพิ่งไปปราบโกลเด้นรีทีฟเวอร์ อย่างคิเสะมา  เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะตอนนี้อากาศมันเย็นมาก แต่คิเสะก็ยังเล่นอยู่ข้างนอกบ้านน่ะสิ ก็เลยต้องไปจัดการเอาตัวทำความสะอาด (อาบน้ำ)  โดยยากลำบาก เพราะคิเสะก็แรงเยอะใช่เล่นจนอาโอมิเนะอดคิดไม่ได้ว่า  ตกลงนี่เขามาดูแลคนป่วย หรือ เด็กวัยกำลังโต หรือ เขากำลังดูแลหมาพันธุ์โกลเด้น ไม่ก็พันธุ์อื่นๆที่ใกล้เคียงกัน  อยู่กันแน่

“ก็ผมยังไม่อยากเข้ามานี่นา....”
“...........”
“อ้อ! จริงสิ!  ถึงเวลาทานอาหารนายรึยังน่ะ?..”
“ห๊า?....คนอย่างฉันน่ะกินได้ตลอดแหละน่า..”
“เอ๋~~ เป็นงั้นได้ไง~~ เดี๋ยวกระเพาะนายก็ทำงานผิดปกติหรอก!”  
คิเสะพูดทิ้งไว้แค่นั้น  ก่อนที่จะลุกพรวดออกไปจากห้อง และตรงดิ่งไปที่ห้องครัว ก่อนที่จะทำอะไรสักอย่างในห้องครัว  ไม่นานอาโอมิเนะก็ได้กลิ่นอะไรหอมๆโชยมา  จนห้ามใจไม่ได้ ลุกออกไปดูที่ห้องครัว ก็พบว่า บนโต๊ะอาหารที่นานๆทีเขาจะได้ใช้งาน  ตอนนี้สะอาดเอี่ยม และมีอาหาร ที่คาดว่าน่าจะเป็นอาหารแช่แข็งที่พวกเขาซื้อมา และก็ อาหารที่เขาแวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ที่คิเสะเอามาอุ่น พร้อมกับข้าวที่หุงกำลังสุก

“อ๊า~! เจ็บ~~!”   อาโอมิเนะได้ยินเสียงของเจ้าคนที่มาทำอาหารให้  ก็เดินเข้าไปในโซนของเตาแก๊สและมีด ที่นานๆเขาจะมาใช้มันที  พอเข้าไปตรงโซนนั้นก็ได้พบกับคนตัวเล็ก หัวเหลือง ที่กำลังหั่นผักชีเพื่อที่จะโรยไปในแกงที่เขากำลังอุ่น  แต่ดูเหมือนจะหยุดการกระทำนั้น และมากุมนิ้วตัวเองแทน

“อ๊ะ!? อาโอมิเนจจิ?!  มาได้ไงเนี่ย?...”

.......ก็นี่มันบ้านฉันนี่หว่า = = .......

“...นายโดนมีดบาดหรอ?....”
“อืม.....ก็นิดหน่อยอ่ะนะ...”

อาโอมิเนะยืนมองอยู่แปปนึง  ก่อนที่จะลากคิเสะออกมาจากตรงนั้น และ จับให้ไปนั่งอยู่อีกโต๊ะนึง  ก่อนที่อาโอมิเนะจะเดินไปเปิดตู้ใส่ของที่อยู่ใกล้ๆ และหยิบแอลกอฮอล์ล้างแผล สำลี แล้วก็พาสเตอร์ ออกมา ก่อนจะปิดตู้และเดินมานั่งต่อหน้าคิเสะ

“...ยื่นมือมา..”
“เห~~! ไม่เอาหรอก!
อาโอมิเนะพูดแบบนั้นหลังจากที่ชุบสำลีกับแอลกอฮอล์แล้ว  แต่เมื่อคิเสะตอบปฏิเสธกลับมา อาโอมิเนะก็ใช้มือข้างที่ว่างดึงมือของคิเสะที่ถูกกุมโดยอีกมือออกมา และใช้สำลีที่เขาเพิ่งชุบเมื่อกี้มาเช็ดทำความสะอาด

“อ๊าาา~~!  อาโอมิเนจจิ~~! ผมเจ็บ~~!
“อยู่เฉยๆน่า...”
อาโอมิเนะสั่งเพียงแค่นั้น  คิเสะก็เงียบโดยอัตโนมัติ ปล่อยให้อาโอมิเนะทำแผลให้ตนไป  แปปนึง อาโอมิเนะก็ทำแผลให้คิเสะเสร็จ  แต่กว่าจะเสร็จแถบจะบ้าตาย

“เสร็จแล้ว....ไปทำอาหารต่อไป...”
“งืออ....อาโอมิเนจจิอ่ะ...”

หลังจากที่อาหารพร้อม

“จะทานละนะคร้าบบ/ทานละครับ~~
“...อืมมม..นายก็ปรุงอาหารได้ดีเหมือนกันนะ...”

“เห~~?  ชมผมใช่มั้ยเนี่ย?”
“ก็เออสิ...เห็นว่าฉันด่านายอยู่รึไง?...”

“อาโอมิเนจจิล่ะก้ออ....ผมล้อเล่นน่า~~

และทั้ง 2 คนก็นั่งทานข้าวกันไปจนเสร็จ  ก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นนอนกันไป  แต่ก่อนอนคิเสะก็ไม่ยอมนอนอีก แถมยังส่งเสียงโวยวายเพื่อแกล้งอาโอมิเนะอีกต่างหาก อาโอมิเนะเลยต้องจัดการไปอีกรอบ  และทั้งคู่ก็นอนได้โดยสวัสดิภาพ.......




ผมว่ามันน่าแปลกนะ....ทั้งๆที่ผมก็อยู่อย่างสบายมาก่อน  แต่พอใครเข้ามาในชีวิตมันก็ทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป.... และก็น่าแปลกที่ผมไม่คิดว่ามันน่ารำคาญ...แต่กลับสนุกด้วยซ้ำไป...
สำหรับผมน่ะหรอ?....เขาน่ะ.. ใจดีมากๆเลยตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก.. เป็นคนที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจซะเท่าไหร่..ชอบทำเหมือนว่าผมเป็นเด็ก....ยังไงผมก็ชอบเขามากอยู่ดีแหละ..


เขาสำหรับผมแล้ว.....คงเป็นแค่เด็กขี้วีนคนนึงนี่แหละ....แต่ก็น่าสนใจไม่เบาเลย...นับว่าเป็นเด็กที่น่ารักไม่เบาด้วย....
ผมชอบที่เขาคอยเป็นห่วงผมทั้งๆที่ไม่ใช่ครอบครัวผม....แต่ไม่ชอบตรงที่เขาชอบยั่วโมโหผมแค่นั้นเอง....

เรื่องทุกเรื่อง มันก็จะค่อยๆเปลี่ยนไปตามเวลาแค่นั้นแหละ ไม่มีใครฟื้นโชคชะตาตัวเองได้หรอก  แต่ก็น่าแปลก สำหรับที่ตัวเองเพิ่งเจอได้ไม่นาน แต่ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ บ้าที่สุดเนอะ!
แต่ก็นะ อีกด้านของเรา ก็อยากจะรักษาคนที่รักไว้ด้วยชีวิต ถึงจะทำให้โกรธบ้างล่ะ เสียใจบ้างล่ะ อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้.... แต่เราก็อยากจะปกป้องเขาไว้อยู่ดี.....


----------------------------------END  Chapter 1------------------------------


Talk with Mee~~
ก็จบไปแล้วครับกับตอนแรกของเรื่องนี้~~
เป็นอย่างไรบ้างครับกับตอนแรก ก็ดองไปนานนนนนนนนนน เหมือนกันนะครับ...ที่แต่งแบบงงๆ ค้างๆ ด้วยเหตุที่ว่าฝันแปลกๆเกี่ยวกับคู่หลักของเรื่อง
ซึ่งผมไม่อยากเชื่อว่ามันจะมีผลต่อฟิคขนาดนี้ ...
ยังไงก็ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจต่อไปด้วยนะครับบบ...