Soon KNB TRY AGAIN
Chapter 2

เช้าวันต่อมา....


ณ  หน้าโรงเรียนม.ต้นเทย์โคว


“คิเสะคุงง~~~!!!
“เรียวตะคุงงงง~~!!
บลาๆ


“อ๋าา~~! อาโอมิเนจจิ! ช่วยผมด้วย!!....คนพวกนี้อะไรกันเนี่ย?”
“ห๊ะ?..ฉันจะไปรู้กับนายด้วยมั้ยเนี่ย คิเสะ?...แล้วก็ อย่ามาเกาะฉันแบบนี้เซ่~~!


“งั้นนายก็ช่วยผมหน่อยสิ~!...ช่วยผมหน่อยน๊าาา”
คิเสะมองอ้อนๆไปหาอาโอมิเนะ พร้อมกับหลบหลังอาโอมิเนะทันทีที่กลุ่มผู้หญิงกลุ่มนึง เข้ามาใกล้  ด้วยท่าทีที่แปลกไปของคิเสะ เลยทำให้พวกผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับถึงกับงง  คนนึงเลยถามไปว่า


“นี่..ขอโทษนะ..แต่ว่าคิเสะคุงเค้าเป็นอะไรหรอ?”
“อ๋อ...คือ...”


[“ช่วยผมหน่อยน๊าาา”]


“พอดีเจ้านี่ไม่สบายนิดหน่อยน่ะ..วันนี้อย่ามากวนเจ้านี่ดีกว่านะ...ขอตัวล่ะ..”


พออาโอมิเนะพูดจบก็รีบเบี่ยงตัวออกไปจากกลุ่มผู้หญิงที่มารุมเขากับคิเสะเมื่อกี้ พร้อมกับคิเสะที่อยู่ข้างหลังแบบไม่ห่าง  พอมาตรงบริเวณโรงยิมอาโอมิเนะกับคิเสะก็หยุดวิ่ง พร้อมหอบหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอด พอหายเหนื่อย อาโอมิเนะก็เปิดประเด็นขึ้น


“นายยังจำอะไรไม่ได้อีกหรอ?”
“หือ?.....อา..จำไม่ได้เลยหล่ะ~!


“..แม้แต่...ความชอบ? อาชีพ? อะไรพวกนี้ไม่มีหลงเหลือเลยหรอ?”
“อืมมม~~!...ไม่มีซักอย่างเล๊ยยย~!!! อาโอมิเนจจินี่จะเซ้าซี้อไรผมนักหนา!!


“อ้าว เห้ย! อย่างี้ก็สวยเด้~~!!!
“นายกล้าทำเหรอ!!
อาโอมิเนะที่ทำท่าจะหาเรื่องคิเสะก็เงียบไปทันที ..มันก็แหงแหละ...จะไปกล้าทำลงคอได้ไงล่ะ...น่ารักซะขนาดนี้.....เอ้ย! นี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่ว่ะเนี่ย!!?..  อาโอมิเนะสลัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป คิเสะก็เอียงคอมองอาโอมิเนะอย่างสงสัย


“นายเป็นอะไรเนี่ย?!..”
“ห๊า~~!?”
“ทำตัวแปลกชะมัด!..อ๊ะ! โอ๊ย~!..เจ็บ~!!..นี่นาย...!
คิเสะเงยหน้าขึ้นกะว่าจะต่อว่าคนที่ตัวเองเพิ่งชนไป(?)  แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ถึงกับเงียบปากลงไปทันที และเซตัวถอยไปหาอาโอมิเนะ ก่อนจะไปหลบอยู่ข้างหลังอาโอมิเนะด้วยความกลัวที่เหมือนเจอกับ..


“อาคาชิ...มาทำอะไรแถวนี้?..ปกตินายจะอยู่ที่ตึกเรียนไม่ใช่รึไง?”
“ก็ไม่มีอะไรนี่...อีกอย่างผมจะอยู่ที่ไหนมันก็เรื่องของผม..ไม่ใช่รึไง?”
“อึก!
อาโอมิเนะทำหน้าตาน่ากลัวในสายตาของคิเสะ  ที่เขาไม่เข้าไปใกล้อาคาชิไม่ใช่เพราะอะไร..เพราะยังนับถืออาคาชิเป็นรองกัปตันทีมอ่ะนะ...ถึงได้ยอม ..และอีกเหตุผลคือ ถ้าเขาเข้าไปต่อยเจ้านี่สักป้าบคิเสะคงได้กลัวอาคาชิจนร้องไห้อีกแน่  อาคาชิจ้องหน้าอาโอมิเนะสักแปป ก่อนจะเปลี่ยนสายตาไปที่คนที่อยู่ข้างหลังอาโอมิเนะ


“เมื่อกี้เหมือนนายจะชนผมใช่รึป่าวนะ?...”
“...งืออ...”


“พอได้แล้วน่าอาคาชิ! ...หมอนี่มันทนอะไรกับสิ่งที่นายทำได้นานรึไง ?...”
“ก็ไม่เห็นจะเป็นแบบนั้นนะ...ดูเรียวตะก็มีความอดทนนี่..”


“อาคาชิ!
อาคาชิยิ้มร้ายออกมานั่นทำให้คิเสะถึงกับกลัวเข้าไปใหญ่  ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่อาโอมิเนะมองไป และหันกลับมามองคนตัวเล็กอีกครั้ง  ก่อนจะออกวิ่งตามคิเสะไป  อาคาชิก็มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ตามไป


“คงจะรักกันดีเหลือเกินนะ....แต่ไม่นานหรอก ไดกิ...เรียวตะ..จะต้องเป็นของฉัน...”
“..จะต้องเป็นของฉัน....คนเดียว...”


ณ  ระหว่างทางที่คิเสะวิ่งหนีมา


อะไรกันเนี่ยๆๆๆๆ....นี่มันอะไรกันนน~~!!...


ปึกก


“โอ๊ย~~!! เจ็บ~~!


“เฮ้! นายจะรีบไปไหนเนี่ย?..”
“อ๊ะ! ผมขอโทษนะ..พอดีผมไม่ทันมอง..ยังไงก็ขอโทษด้วยนะ..ผมไปก่อนล่ะ!
คิเสะทำท่าจะวิ่งออกไป  แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อคนที่ตัวเองเพิ่งวิ่งชนไปเมื่อกี้ ฉุดต้นแขนของตัวเองไว้แน่น ก่อนจะลากให้ไปอยู่ตรงหน้าดังเดิม


“มะ....มีอะไรหรอ?”
“นายทำชุดนักเรียนฉันเปื้อนนี่...จะทำไงล่ะ?”
“เอ๊ะ?”
คิเสะทำหน้างงๆ ส่งไปให้  ก่อนจะก้มลงตามคนที่ตัวเองชนไปเมื่อกี้  สิ่งที่เห็นคือ เสื้อคลุมสีขาวของโรงเรียนที่ถูกสวมใส่อยู่บนร่างกายของเขาคนนั้น เหมือนเปื้อนน้ำอะไรสักอย่างเป็นวงกว้าง  คิเสะก็เงยหน้ามองคนคนนั้นด้วยหน้ามุ่ยๆ


“นายจะเอาอะไรจากผมล่ะ!?...อีกอย่าง นายทำผมเจ็บตัวอีกต่างหาก!
“นั่นนายจะบอกว่าฉันผิดงั้นสิ?”


“ก็แหงแหละ!
“....นายชื่ออะไร.....”
คิเสะหันไปมองค้อนคนคนนั้นหลังจากที่ถูกจับให้หันหน้าไปมาจากฝีมือคนข้างหน้า  เพื่อที่จะดูว่าคนตรงหน้าทำเขาเจ็บตรงไหน  ก่อนที่คิเสะจะพูดไปว่า


“ทำไมผมต้องบอก?! ...ผมไม่ได้อยากจะรู้จักกับคนแปลกหน้าอย่างนายซะหน่อย!
“......นาย....”


[“เฮ้ยย~~! คิเสะ! แกอยู่ไหนว่ะ!]


“อ๊ะ! อาโอมิเนจจิ~!!!..ผมอยู่นี่~! ช่วยผะ...อุ๊บ! อืมม~~!
“เงียบหน่อยสิ..”
คิเสะไม่ยอมทำตาม  แถมยังดิ้นขลุกขลักอยู่ในการพันธนาการของชายคนนั้นอย่างสุดชีวิต แต่ก็นะ แรงของเด็กน้อย จะสู้กับแรงของผู้ใหญ่ได้ยังไง~~!


“อืออ~~! อ่อยอ๋มอ๊าาาา(ปล่อยผมน๊าาาา)!!!...ง๊าบบ งั่มม”
“โอ๊ย! นี่!...อย่าซ่าให้มันมากน่า!


ตึก ตึก ตึก


และอาโอมิเนะก็วิ่งผ่านจุดตรงนั้นไป ทำให้ความหวังเส้นสุดท้ายของคิเสะหายไปในทันที  เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าอาโอมิเนะไปแล้วก็ปล่อยให้คิเสะเป็นอิสระ  พอคิเสะหลุดจากการพันธนาการนั้นก็รีบถอยห่างจากชายคนนั้นทันที


“นายเป็นใครกันแน่!? ต้องการอะไรจากผมเนี่ย?!
“ทีนายยังไม่บอกเลยว่าชื่ออะไร แล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องบอก..”


“...ผมชื่อ คิเสะ......ทีนี้นายจะบอกผมได้รึยังว่านายเป็นใคร ต้องการอะไร?!
“อา...ก็ไม่มีอะไรหรอก..แค่อยากให้นายรับผิดชอบเรื่องเสื้อฉันเท่านั้นเอง..”


“ก็ถึงถามไปตั้งแต่แรกว่าจะเอาอะไรจากผม!
[มิโดริมะ  ชินทาโร่] ไม่พูดอะไร  แต่กลับจับมือคิเสะและลากให้ตามเขาไป โดยที่คิเสะก็ยื้อยั้งไว้ด้วย แต่มิโดริมะก็ไม่ได้สะโทกสะท้านอะไรเลยแม้ แต่น้อย  และก็ยังคงลากคิเสะให้ตามตนไปเรื่อยๆ จนคิเสะเองก็เริ่มเหนื่อย และเลิกที่จะขัดขืนมิโดริมะไป จนมิโดริมะพาคิเสะมาหยุดตรงหน้าห้องพยาบาล คิเสะมองห้องข้างหน้าอย่างไม่เข้าใจ


“นายพาผมมาที่นี่ทำไม?..”
“รับผิดชอบเรื่องเสื้อฉันไง...”
“ทำไมผมต้อง...! อ๋าา~!
คิเสะยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกมิโดริมะลากเข้าห้องพยาบาลไปแบบยังไม่ทันตั้งตัว  เลยร้องเสียงหลงออกมาอย่างช่วยไม่ได้  พอเข้ามาในห้องมิโดริมะก็ล็อคห้อง ปิดม่านบริเวณหน้าต่าง ก่อนที่จะจับให้คิเสะนั่งลงตรงเก้าอี้ของห้องพยาบาลที่เขาเป็นคนรับผิดชอบในเวลาที่เขาไม่มีเรียน คิเสะมองมิโดริมะทำอะไรบางอย่างกับตู้ยา  ก่อนที่มิโดริมะจะหันกลับมาพร้อมกับกล่องยาที่อยู่ในถาด และเดินมาหาคิเสะก่อนจะลงบนเก้าอี้อีกตัวและเขยิบเข้าหาคิเสะ ก่อนจะบอกว่า


“ถอดเสื้อนายออก..”
“หึ?!..ทำไมผมต้องถอดออกด้วยล่ะ?!


“ถอดเสื้อออก...”


“ไม่มีทาง!


มิโดริมะมองด้วยสายตาเย็นชาผ่านแว่นตาของเขา  นั่นก็ทำให้คิเสะดูหวั่นนิดๆ แต่ก็กลับมารักษามาดไว้ได้อ่ะนะ~~


“ฉันบอกว่า ให้ - ถอด - เสื้อ - ออก...”


“ฮึ่ย~! นายนี่เซ้าซี้เหมือนอาโอมิเนจจิเลยนะ!!


มิโดริมะเริ่มจะหมดความอดทน และก็พูดออกไปครั้งสุดท้าย  แต่คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม  นั่นทำให้มิโดริมะต้องใช้ไม้ตายที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน


“โอเค..เมื่อนายไม่ยอมฉันดีๆ..งั้นก็ลุกขึ้น”
“จะทำอะไรอ่ะ...”
ถึงจะพูดแบบนั้น  แต่ก็ยอมลุกแต่โดยดีโดยที่ไม่ได้ขัดข้องอะไร  มิโดริมะที่หันไปจัดพวกยาและอุปกรณ์ทำแผล ก็หันกลับมาทางคิเสะ พร้อมกับสำลีที่ชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลอยู่ในมือ  ก่อนที่มิโดริมะจะเดินเข้าไปใกล้คิเสะ จนคิเสะต้องถอยห่างออกจากมิโดริมะ  จนเข้ามาที่โซนเตียงสำหรับนอนพักของผู้ป่วยที่นานๆทีจะใช้


“นะ...นายจะทำอะไร!?”
“...............”
คิเสะเริ่มลนลานเมื่อเขาถอยมาจนเกือบจะชิดผนัง  แต่ทางด้านมิโดริมะก็ยังคงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และยิ่งมิโดริมะไม่ตอบคำถามเขาเมื่อกี้ ก็ทำให้คิเสะใจเต้นตึกตักด้วยความลุ้นว่ามิโดริมะจะทำอะไรเขามั้ย


“นี่! ถอยไปให้ห่างจากผะ..อ๋าาา~~!!
!!!!!!!
คิเสะพูดห้าม แต่ยังไม่ทันจะจบประโยคมิโดริมะก็ไล่ต้อนคิเสะจนขาของคิเสะโดนเข้ากับขอบเตียงและเสียหลักล้มลงไป มิโดริมะก็ขึ้นไปกดไหล่ข้างที่ไม่ได้เป็นแผลของคิเสะไว้  ก่อนมือที่ถือที่คีบสำลีอยู่จะวางมันลง และไปถกเสื้อของคิเสะส่วนหัวไหล่ลงมาเล็กน้อย นั่นทำให้คิเสะตกใจมากเลยดิ้นรนอีกครั้ง


“อ๊าาา~~! นี่! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ~! นี่นายจะทำอะไรผม~!!?”
“ทำแผล..”


“ไม่เชื่อ~!!! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้น๊าาา~~!
“ไม่..จนกว่านายจะยอมให้ฉันทำแผลให้เสร็จ...”


“ไม่มีท๊าาาาางงงงงงงงง~~~!!! ปล่อยผมเดียวนี้~~!
มิโดริมะมองคิเสะ  ก่อนจะขมวดคิ้วครุ่นเมื่อคิเสะดิ้นแรงขึ้น แต่มิโดริมะก็ใช้แรงกดคิเสะลงไปอีก ก่อนจะหยิบที่คีบสำลีมา  ก่อนจะกดไปที่แผลที่ไหล่ของคิเสะ


“อ๊า~! เจ็บๆๆๆ..งืออ~~TWT
คิเสะร้องออกมา  เมื่อมิโดริมะกดสำลีที่ชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลไปที่แผลที่อยู่ตรงไหล่ของคิเสะ ซึ่งได้มาตอนที่คิเสะวิ่งมาแบบไม่ลืมหูลืมตา  และหัวไหล่ ก็เผลอไปโดนกิ่งไม้เล็กๆที่ยังไม่ได้ตัดออก มาอย่างจัง แต่คิเสะก็ไม่รู้ตัวเลย  ตอนนี้คิเสะหลับตาปี๋ และก็มีน้ำใสๆที่เล็ดออกมาจากหางตาของคิเสะ พร้อมกับมือข้างที่มิโดริมะกดไว้ก็กำเสื้อบริเวณแขนของมิโดริมะไว้แน่น


“...เสร็จแล้วล่ะ.....ปล่อยฉันได้ละ...”
“หือ?.....งือออ..แสบอ่าาา~~!
คิเสะพูดบ่นออกมาด้วยสีหน้าที่เบี้ยวบูดเพราะความแสบ และเจ็บตอนที่แอลกอฮอล์เข้าไปล้างเชื้อโรคในแผลนั้น  แต่ก็ยอมปล่อยมิโดริมะอย่างว่าง่าย


“ว่าแต่นายเป็นใครกันแน่?”
“....ฉันหรอ?....ไม่ต้องรู้หรอกน่า...”


“เห~~!! ได้ไงอ่ะ?!.. ขี้โกงนี่! ทีผมยังบอกชื่อของผมเลยนะ!
“นายบอกแค่นามสกุลไม่ใช่รึไง?”


“ง๊าาา~!! อย่างน้อยก็บอกล่ะน่า!..แต่นายไม่ยอมบอกผมนี่!
หลังจากนั้นคิเสะก็ตื้อให้มิโดริมะบอกชื่อกับตนเองไม่เลิก จนจวนจะใกล้เวลาโรงเรียนขึ้น คิเสะก็ยังตามตื้อมิโดริมะไม่เลิก ในขณะที่มิโดริมะที่ทำงานของเขาในห้องพยาบาลที่ค้างคาก็เริ่มมีท่าทีที่รำคาญคิเสะมากขึ้นแล้ว  แต่คิเสะก็ไม่สนจนกว่ามิโดริมะจะยอมบอกเขามา


“นี่~~! ผมเหนื่อยที่จะซักแล้วน๊า~! นายบอกผมมาทีเหอะ~~!!
“เหนื่อยก็ไม่ต้องถามสิ...”


“แง๊~~!! ได้ไง! ผมไม่ยอมหรอกนะ! ยังไงผมก็ต้องรู้ชื่อของคนที่ทำให้ผมเจ็บตัวให้ได้ล่ะ!!
มิโดริมะที่นั่งจดจ่อกับงานตรงหน้า เหลือบมองคิเสะที่นั่งเก้าอี้อยู่ข้างๆตนด้วยหางตาแวบนึง ก่อนที่จะมาจดจ่อกับงานตรงหน้าของตนต่อ


“ก็แล้วแต่นายสิ.....”
“ฮือออ~~!! ไม่สงสารผมบ้างรึไง~~!?”
“ไม่”
แทบจะทันทีที่มิโดริมะตอบกลับโดยแทบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย  นั่นทำให้คิเสะที่กำลังใจเริ่มห่อเหี่ยว ยิ่งห่อเหี่ยวลงมากกว่าเก่า ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ฝั่งตรงข้ามกับมิโดริมะ  มิโดริมะเงยหน้าขึ้นมามองคิเสะที่นอนฟุบอยู่ตรงหน้า แล้วมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่ามากกว่าปกติ แต่คิเสะไม่รู้สึกตัว มิโดริมะนั่งมองอยู่ครู่นึง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาบางๆ และพูดบอกไปว่า


“จะบอกให้ก็ได้....”
“ห๊ะ!? จริงหรอ!?”


“..อืม.......แต่มีข้อแม้...”
“อะไรอ่ะ?”
มิโดริมะไม่ตอบ แต่ยื่นหน้าเข้าใกล้ๆคิเสะ  และด้วยสัญชาตญาณความขี้กลัว(?)ของคิเสะก็ถอยหนีแทบจะในทันที แต่ด้วยร่างกายของมิโดริมะที่สูงใหญ่ เลยสามารถเข้าใกล้ได้เกือบสุดขอบโต๊ะ มิโดริมะจึงหยุดแค่นั้น  ก่อนที่จะยิ้มได้ใจจากการที่คิเสะหลับตาปี๋และตัวสั่นนิดๆ และมิโดริมะก็ถอยตัวออกไปแล้วเดินข้ามไปฝั่งเดียวกับคิเสะ  คิเสะดูตกใจนิดๆเมื่อเขาลืมตามาเห็นมิโดริมะอยู่ข้างๆ และระยะประชิดซะด้วย คิเสะกลืนน้ำลายตัวเองอึกใหญ่ ในใจก็หวั่นๆว่ามิโดริมะจะทำอะไรเขามั้ย  ก่อนที่มิโดริมะจะแทรกขาเข้าในระหว่างขาของคิเสะ ทำให้คิเสะเสียศูนย์นิดนึง ยังดีที่ตรงนั้นมีกำแพงพอดี เลยทำให้คิเสะเซไปที่กำแพง คิเสะเลยให้กำแพงเป็นที่พึ่ง


“นะ..นายจะทำอะไรอีกเนี่ย?”
“ก็.....”
คิเสะหลับตาปี๋อีกครั้งเมื่อมิโดริมะเข้าใกล้ใบหน้าของเขาและด้วยสภาพที่ตกเป็นรองแบบนี้ ยิ่งทำให้คิเสะสติกระเจิดกระเจิงไปอีก...


ติ๊งง ต่องงง


“...ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว..นายก็กลับที่ห้องนายก่อนละกัน...”
มิโดริมะออกห่างจากคิเสะที่ยืนนิ่งหน้าแดงนิดๆอยู่ มิโดริมะยิ้มด้วยความสุขแต่เจ้าเล่ห์ออกมาก่อนที่จะเดินออกจากห้องพยาบาล  ตอนนี้คิเสะก้มหน้ามือไม้ ปาก สั่นอยู่ตรงที่เดิม ก่อนที่เขาจะล้มลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นตรงนั้น


...นี่เรา....เป็นอะไรเนี่ย?...ทำไม.....ใจเต้นแรงแบบนี้เนี่ย!!??.....


ณ  ตอนกลางวันดาดฟ้าโรงเรียน


“อ้าว?..คิเสะ..แกมาอยู่ที่นี่เองเรอะ?..เมื่อเช้าแกไปไหนมา? ฉันตามหาแกให้ทั่วเลยรู้มั้ยห๊ะ? เจ้าบ้า!
“......อือ.......”


“...?....นี่แกเป็นอะไรเนี่ย?”
“ป่าวซะหน่อย...”
อาโอมิเนะที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าหวังจะมานอนเพื่อโดดซ้อมภาคบ่ายในชมรมวันนี้  กลับมาเจอคนที่เขาหาแทบเป็นแทบตายเมื่อเช้านี้ แถมอาการหมางอยนี่ด้วย  อาโอมิเนะก็ไม่สนใจ ล้มตัวนอนข้างๆคิเสะที่นั่งกอดเข้าอยู่  พออาโอมิเนะนอนลงได้สักพักใหญ่ๆ และก็หมดเวลาพักแล้วด้วย คิเสะจึงพูดว่า


“นี่....อาโอมิเนจจิ..ผมขอถามอะไรหน่อยสิ...”
“..อะไร...”


“..ถ้าเกิดว่า...อาโอมิเนจจิเกิดใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ...อาโอมิเนจจิจะทำอย่างไงอ่ะ...”
“...............”
และหลังจากนั้นอาโอมิเนะก็เงียบตลอด แถมไม่ยอมตอบคำถามของคิเสะตลอดจนเลิกเรียน.....

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

♥...บางทีผมก็รู้สึกแปลกๆกับความรู้สึกของตัวเองนะ....แต่ไม่รู้ทำไมพอเขาไม่ยอมตอบหรือเป็นห่วงอะไรผมเลย..ผมกลับรู้สึกอยากจะต่อยเขาสักหมัด...♥


♥...อยู่ๆหมอนั่นก็ถามมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย...แล้วจะให้ฉันตอบยังไงก็ล่ะ?....ถามมาแบบนั้นก็ใจหายเหมือนกันนะเว้ย เจ้าบ้า!....

บางครั้งบางคราวก็อยากจะถามตอบตรงๆไปเลยนะ แต่ไม่รู้เป็นอะไรถึงไม่อยากถามก็ไม่รู้...บางทีอาจจะเผลอมีความรู้สึกบางอย่างที่เก็บมา เล็ดลอดออกไปก็ได้




------------------------------------END Chapter 2---------------------------------------


Talk with Mee~~


//ช่วงเวลาแห่งการรอคอยการตืบไรท์มาถึงแล้วว~~//แอ๊กกกก
ต้องชอกราบประทานอภัยรีดเดอร์ทุกๆคนนะฮะ..ช่วงนี้ได้วันหยุดเลยรีบมานั่งปั่นให้ 555+
เราไม่มีเซอร์วิสให้เหมือนไรท์คนอื่นๆอ่ะเนอะ~!! ยังไงทำใจด้วยนะเออ~~
ก็..ถ้าผิดพลาดประการใดก็คอมเม้นติ ชม ทิ้งไว้นะฮะ~~

คอมเม้นเป็นกำลังใจสำหรับตอนต่อปายยย~~!!