Chapter Intro



       ต่อจากนี้ จะเป็นเรื่องเล่าที่น่าแปลกประหาดที่เกิดขึ้น......


เมื่อ 3 ปีก่อน....


“กรี๊ดดดด คิเสะคุงง~~”
“อ่าาา~~ ขอร้องล่ะครับ อย่ารุมผมมากนักสิ~~”


เสียงเอะอะดังลั่นเมื่อหนุ่มนายแบบสุดฮอต  “คิเสะ เรียวตะ” เดินเข้าในโรงเรียนม.ต้น เทย์โคว  แห่งนี้ ได้ไม่กี่ก้าว  เหล่าแฟนคลับที่ชื่นชอบในตัวเขาต่างก็เข้ามารุมขอถ่ายรูป และ ขอลายเซ็น ของเขา.. เป็นแบบนี้แทบทุกวันที่เขาเข้ามาในโรงเรียน....


และเมื่อเวลาผ่านไปสัก 10 พวกผู้หญิงในโรงเรียนที่มารุมคิเสะเมื่อกี้นี้ ก็คหายไปราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น เมื่อคิเสะเอ่ยปากว่าเขาต้องไปหาอาจารย์  และเมื่อคิเสะหลุดพ้นจากลุ่มฝูงชนมาได้ ก็รีบวิ่งไปทางโรงยิมทันที


“เฮ่อออ~~ ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ? ...ไอ้มีคนมาชื่นชอบเรามันก็ดีอยู่หรอก..แต่ถ้าจะให้มาเจออะไรแบบนี้ทุกวันมันก็ไม่ไหวนะ~~..”
คิเสะบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก็เมื่อเขาคิดอย่างนั้นจริงๆนี่! มันคงจะดีถ้าเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร  พอเวลามีคนอื่นเข้ามารุมแบบนี้เขาจะได้หาทางบ่ายเบี่ยงได้มากกว่านี้.....


“..แต่ก็ได้แค่หวั(ง)...!”


โป๊กก  พรึ่บบ


“ฮะ..เฮ้?! เป็นอะไรรึป่าว!?”


อ่า... ให้ตายสิ..ตาพร่าไปหมดเลย....  และคิเสะ ก็สลบไป เหลือเพียงหนุ่มผิวคล้ำที่คอยประคองหัวคิเสะไว้อยู่ เมื่อเขาทำลูกบาสไปอัดใส่หัวของคิเสะเข้าอย่างจัง  ก่อนที่เจ้าตัวจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ กลับอุ้มคิเสะไปห้องพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆทันที...


ณ  ห้องพยาบาล


“เพื่อนเธอไม่เป็นไรแล้วล่ะ แค่สลบไปนิดหน่อย...ยังไงก็ดูเค้าไว้ก่อนจะดีกว่านะจ๊ะ..”  อาจารย์ห้องพยาบาลสาวสวยพูดขึ้น
“อ่อ..ครับ...”
“งั้นอาจารย์ขอตัวก่อนนะ พอดีมีสอน เธอก็ดูแลเพื่อนด้วยล่ะ เพราะอีกนานกว่าอาจารย์จะกลับน่ะนะ ^^”
และอาจารย์ก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงหนุ่มผมสีเหลืองที่กำลังสลบอย่างไม่รู้สึกตัว กับ หนุ่มม.ต้นผิวคล้ำที่เป็นคนทำให้คิเสะต้องมานอนแอ้งแม้งอยู่


“.....อ๊ะ.....อืออ...”   
คิเสะครางออกมาตามประสาคนที่นอนเพิ่งตื่น(?)  ก่อนจะค่อยๆยัน ตัวให้ลุกขึ้นนั่ง โดยมีคนที่เป็นเจ้าของเหตุนี้ช่วยอยู่ข้างๆ


“...นายเป็นอะไรมากมั้ย?...”
“..ห๊ะ?...”   
คิเสะหันไปมองคนที่เพิ่งพูดด้วยสายตาที่ยังเหมือนงุนงงอยู่นิดๆ และ ด้วยความปวดหัวจี๊ดๆ ที่เพิ่งกระแทกกับพื้นด้วย  ก่อนที่คิเสะจะตาลุก วาวขึ้นมา  ก่อนจะถามไปว่า


“นี่ๆ! นายเป็นใครงั้นหรอ? ...นายรู้จักผมใช่รึป่าว?”
“คือ...ฉัน....”   
คิเสะมองคนตรงหน้าอย่างมึนงง  ก่อนที่จะตกใจเมื่อคนตรงหน้านั่งคุกเข่าเหมือนสำนึกผิดก่อนจะก้มหัวและพูดว่า


“ฉันขอโทษ! ฉันเป็นคนที่ทำให้นายต้องมาอยู่ที่นี่! ฉันขอโทษ!”   
คิเสะจ้องมองคนตรงหน้าอย่างงงๆคูณสอง  ก่อนจะพูดไปว่า


“นี่?...นายจะขอโทษผมทำไมน่ะ? ผมยังไม่ได้ว่าอะไรนายสักคำเลยนะ...”   
คนตรงหน้าคิเสะเงยหน้าขึ้นมามองคิเสะอย่างไม่เข้าใจ  ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และถามไปว่า


“นี่นาย..?....จำอะไรไม่ได้เลยงั้นหรอ?...”   
คิเสะส่ายหน้าเบาๆอย่างน่ารัก  ก่อนที่คนตรงหน้าจะทำหน้าตาอึ้งไป...ก่อนจะถามไปว่า....


“แล้วนายจำชื่อโรงเรียนที่นายกำลังอยู่ได้รึป่าว?...”   จะได้รู้ไปเลยว่าหมอนี่ความจำเสื่อมรึป่าว?  ...มีแต่วิธีนี้นี่แหละ!...
“..อืมมมม.....”


“..........”
“...ผมจำไม่ได้หรอก....”   
พูดด้วยหน้าตาที่ใสซื่อราวกับเด็ก ....ตายล่ะ! ฉันทำอะไรลงไปว่ะเนี่ย?..


“ว่าแต่ว่า...นายชื่ออะไรงั้นหรอ?...”   คิเสะหันไปจ้องถามคนตรงหน้า...
“....อาโอมิเนะ.....”


“แล้วชื่อจริงล่ะ?...”
“........ไดกิ”   อาโอมิเนะ  ไดกิ! ว้าวววว ชื่อเท่ห์สุดๆไปเลย~~!


“อาโอมิเนะ  ไดกิ สินะ!  ผมชื่อ คิเสะ เรียวตะ นะ ยินดีที่ได้รู้จัก^^”   
คิเสะยื่นมือไปหาอาโอมิเนะ แต่ทางอาโอมิเนะนิ่งไปแปปนึงก่อนจะยื่นมือไปจับมือของคิเสะ  ทางคิเสะก็ยิ้มร่าเลยสิ~~ แต่รู้รึป่าวว่าตัวเองความจำเสื่อมน่ะ~!


“ว่าแต่....ที่นี่ที่ไหนอ่ะ  แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง? ‘อาโอมิเนจจิ?’”
“ห๊ะ?! ‘อาโอมิเนจจิ?!’....”   คิเสะทำหน้าอ้อนๆไปให้  อาโอมิเนะก็ไปไม่เป็นเลยสิครับบบ  “..ที่นี่ โรงเรียนม.ต้นเทย์โคว แล้วตอนนี้นายอยู่ห้องพยาบาล ...ส่วนมาได้ยังไงก็.....ฉันดันทำลูกบาสไปอัดใส่หัวนาย ก็เลยพามานี่....”
คิเสะดูท่าจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ทำหน้ายิ้มๆส่งไปให้อาโอมิเนะ  อาโอมิเนะเห็นอย่างนั้นก็กลุ้มจะตายแล้วววว!


“...ทะ...ถ้านายไม่เป็นอะไรแล้ว นายก็กลับห้องเรียนนายไปดีกว่านะ....ฉันก็จะได้ไป ‘ซ้อมบาส’ ต่อ...”   
คิเสะ กระพริบตาปริบๆเมื่อฟังที่อาโอมิเนะพูด ก่อนจะก้มหน้าลง... อาโอมิเนะเลยถามไปว่า


“เป็นอะไร?”
“...ผม...จำห้องเรียนไม่ได้! ผมจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว! ทางไปห้องเรียน ทางไปห้องต่างๆในโรงเรียน แม้แต่ทางกลับบ้านผมยังไม่รู้เลย แล้วจะให้ผมไปได้ยังไงล่ะ!....”
อาโอมิเนะดูอึ้งไปนิดที่ว่า  ฉันอัดบอลใส่นายแรงขนาดนั้นเลยรึไงงง~~! ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดไปว่า


“แล้วนายจะเอาอย่างไง?...จะอยู่ที่นี่รออาจารย์มามั้ย?”
“...เมื่อกี้นายบอกว่าจะไปซ้อมบาสสินะ?....ผมขอไปด้วยสิ!”


“ห๊ะ!!??”  


อาโอมิเนะตกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น  จะให้หมอนี่ไปด้วยงั้นหรอ? ไม่ไหวแน่ๆ แค่ตัวฉันก็จะตายอยู่แล้ว!.... แล้วไอ้ท่าทางแบบนั้นมันอะไร๊~~!  คิเสะทำท่าอ้อนง้อเต็มที่ เพื่อที่จะได้ไปกับอาดอมิเนะ ซึ่งก็ใช้ได้ผล


“เออๆ ก็ได้!...แต่นายไปแล้วให้นั่งอยู่เฉยๆนะ เดี๋ยว ‘อาคาชิ’ จะแฉ่งฉันยาว ...โอเคนะ?”  
คิเสะพยักหน้ารับรัวๆ ก่อนที่อาโอมิเนะจะบอกให้คิเสะไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น และใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะพาออกไปถึงโรงยิม ก็แทบแย่ เจ้าหมอนี่ซุ่มซ่ามกว่าที่คิด เดินชนนู้นชนนี่ไปเรื่อย  จะว่าเพิ่งฟื้นก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นนิสัยอีกด้านก็ไม่เชิง...


ณ  โรงยิม


“โอ๊ส~!”  
อาโอมิเนะเข้ามาก็ทักทายอย่างสนิทสนมกับทุกคน  โดยมีคิเสะที่คอมเดินตามไปเรื่อยๆ  ซึ่งถูกสายตาของคนในชมรมจับจ้องไปที่คิเสะ


“นี่ อาโอมิเนะคุงครับ....พาใครเข้ามาที่ชมรมหรอครับ?..”  
‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’ คู่หูของอาโอมิเนะ ถามขึ้นเมื่ออาโอมิเนะเดินเข้ามาใกล้


“อ่อ..หมอนี่น่ะหรอ..จะว่าไงดีล่ะ...ก็ฉันทำเจ้านี่ความจำเสื่อมเลยต้องรับผิดชอบ.... อะไรเทือกๆนั้นอ่ะ..”
“.....หรอครับ?..... ยังไงก็ระวังเรื่องอาคาชิคุงด้วยนะครับ..”   
คุโรโกะพูดอย่างสุขุม ก่อนจะมองไปที่คิเสะที่อยู่ข้างหลังอาโอมิเนะด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ที่ทำให้คิเสะที่เหมือนกลายเป็นเด็กไปชั่วขณะ ถึงกับกลัว  “อาโอมิเนจจิ...ผมกลัวเขาอ่ะ..”  


“ห๊ะ?....คนอย่างเท็ตสึเนี่ยนะ? น่ากลัว?..”   คิเสะเอียงคอมองอาโอมิเนะอย่างไม่เข้าใจมากๆ  ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ อาโอมิเนจจิ~~!
“คุโรโกะ เท็ตสึยะ ครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก..”  
คิเสะมองคุโรโกะ ตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อแน่ใจว่าคุโรโกะไม่เป็นอันตรายต่อตัวเขาก็ออกมาจากข้างหลังของอาโอมิเนะก่อนจะพูดว่า


“ผม คิเสะ เรียวตะ! ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ^^”  คิเสะพูดอย่างเรียบง่ายตามประสาคนไม่รู้เรื่อง แต่รู้รึมั้ยว่ามีสายตาบางคู่กำลังจ้องมองเขาอยู่....


“อาโอมิเนะคุง...แล้วจะให้ใครดูแลเค้าล่ะครับ?... พวกเราไม่มีใครว่างพอเลยนอกจาก....”
“..อาคาชิคุง ที่คอยดูการซ้อมของพวกเราอยู่....”   
คิเสะมองสลับระหว่าง คุโรโกะ กับ อาโอมิเนะ ไปมาว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน ก่อนที่คิเสะจะถามไปว่า


“นี่! อาโอมิเนจจิ... ‘อาคาชิ’ นี่ใครงั้นหรอ?...”   คิเสะถามออกไปด้วยความที่สงสัย
“...เอ่อ.....”


“ไดกิ  เท็ตสึยะ...มัวทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่ไปซ้อม?...”  
อาโอมิเนะหันไปทางต้นเสียง  พร้อมกับ คิเสะ และ คุโรโกะ


“อาคาชิ!/อาคาชิคุง...”   
คนที่ถูกเรียกยื่นมองทั้ง 2 คนนิ่ง เหมือนสายน้ำ ก่อนที่สายตาของคนที่เพิ่งมาเยือนอย่าง  “อาคาชิ เซย์จูโร่” จะหันไปมองกับหนุ่มผมสีเหลืองอร่ามที่หลบอยู่ข้างหลังอาโอมิเนะ ก่อนจะถามไปว่า


“พาใครมาที่ชมรมงั้นหรอ? ไดกิ?...”  อาคาชิถามเสียงเรียบ
“..มะ...ไม่มีอะไรหรอก...พอดีว่าฉันก่อเหตุกับหมอนี่ เลยต้องรับผิดชอบน่ะ...”   
อาคาชิหันไปมอง คิเสะด้วยสายตาที่น่าเกรงขาม และ เรียบคม จนทำให้คิเสะ เกิดอาการกลัวขึ้นมาจับจิต จนทั้งตัวสั่นไปหมด  มือที่กำเสื้อของอาโอมิเนะไว้สั่น จนอาโอมิเนะรู้สึกได้ เลยเหลือบไปมองที่คิเสะ  ก็ต้องตกใจ    เมื่อคิเสะที่เมื่อกี้ยังร่าเริงอยู่แท้ๆ กลับกลายเป็นว่าตัวสั่นอย่างกับลูกหมาตกน้ำ และยังแววตาที่แสดงออกว่ากลัวอาคาชินั่นอีก…


“.....งั้นหรอ?....อย่างไงเดี๋ยวฉันจะดูแลให้เองละกัน ไม่ต้องห่วง....”   
อาโอมิเนะไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างอาคาชิจะดูแลโดยไม่หวังผลหรอก! แต่ถึงรู้อย่างนั้น ก็ยังจะตอบตกลงไป


“..ก็ได้...ฝากด้วยละกัน..”   
คิเสะที่ฟังก็ถึงกลับหันไปมองอาโอมิเนะ ด้วยสายตาที่เว้าวอนก่อนจะพูดว่า  “ไม่เอานะอาโอมิเนจจิ! จะให้ผมนั่งอยู่คนเดียวดูนายข้างสนามก็ได้! แต่ผมไม่อยากอยู่กับเขา!..”


“ทำไมงั้นหรอ?....”   
คิเสะหันไปมองอาคาชิทันที ก็ถึงกับจะทรุดลงไปเมื่อดันเผลอไปสบตากับอาคาชิที่เยือกเย็นดั่งสายน้ำ แต่ถึงอย่างนั้นแต่ก็แฝงไปด้วยความดุร้ายของราชสีห์


“.........”   
คิเสะไม่ตอบ แต่กลับมองกลับด้วยสายตาที่กลัวอาคาชิสุดๆ ก่อนที่อาโอมิเนะจะขัดขึ้นว่า  “เอาล่ะ...พอได้แล้ว...คิเสะ นายบอกว่าจะทำตามที่ฉันบอกนี่..เพราะงั้นนายต้องอยู่กับอาคาชินะ เข้าใจมั้ย?..”   อาโอมิเนะหันตัวกลับไปพูดกับคิเสะอย่างจริงจังแต่ก็อ่อนโยนในแบบของเขา


“แล้วนายแน่ใจได้อย่างไงว่า หมอนั่นจะไม่ทำร้ายผม!?”
“แล้วผมจะทำร้ายนายไปเพื่ออะไรล่ะ?... ‘คิเสะ เรียวตะ’ ...”   
คิเสะหันไปมองอาคาชิทันทีที่เรียกชื่อเขา  เขาจำได้นะว่ายังไม่เคยบอกชื่อกับคนๆนี้เลย! แล้วรู้ชื่อเขาได้ยังไง?!


“นายรู้ชื่อผมได้ยังไง!?..”
“..ก็นายออกจะดังในหมู่สาวๆนี่...อีกอย่าง...ยังเป็นคนดังของโรงเรียนเราอีก มีหรอที่ผมจะไม่รู้..”
“น่าๆ พอเถอะ...”   อาโอมิเนะตอนนี้ได้กลายเป็นกรรมการห้ามมวยระหว่างคิเสะกับอาคาชิไปแล้ว(?)  อาคาชิยิ้มให้คิเสะก่อนจะพูดว่า


“ผม อาคาชิ เซย์จูโร่....ฝากตัวด้วยนะ... เรียวตะ..”


และการต่อยมวยยกสุดท้ายของอาคาชิและคิเสะก็จบลงได้ด้วยดี (?)  โดยฝั่งอาคาชิถอยไปก่อน และหายากมากๆที่อาคาชิยอมถอยให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง  


“เอาล่ะ ไดกิ เท็ตสึยะ...ไปซ้อมกับพวกนั้นได้แล้ว...เดี๋ยวทางนี้ผมดูเอง...”
“ฝากด้วยละกัน อาคาชิ...”  
อาคาชิยิ้มให้อย่างมีเลศนัย ก่อนที่อาโอมิเนะจะวิ่งเข้าไปในสนามบาส พร้อมกับคุโรโกะ  ทิ้งไว้เพียงคู่มวยที่มีท่าทีว่ากำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง(?)  คิเสะนั่งมองอาคาชิอย่างไม่วางตา ด้วยสายตาที่เคืองสุดๆ  อาโอมิเนะที่เหลือบมามองก็รู้สึกหนักใจ....


“เอาล่ะ! วันนี้พอเท่านี้! เลิกได้!”
“ครับ!!”


ทุกคนในชมรมขานรับ ‘นิจิมูระ ชูโซ’ กัปตันทีม อย่างเคร่งครัด  ก่อนจะแยกกันไปอย่างรู้หน้าที่  ก่อนที่อาโอมิเนะจะรีบตรงไปหาคิเสะที่กำลังนั่งสัพงก อยู่ข้างๆอาคาชิ โดยมีอาคาชิดูอย่างสงบ


“คิเสะเป็นไงบ้าง...อาคาชิ?...”   อาคาชิเหลือบไปมองอาโอมิเนะ ก่อนหันกลับไปมองที่คิเสะต่อ ก่อนจะพูดว่า
“เมื่อกี้ผมกับเขาเกือบจะลงไปนอนกลิ้งกับพื้นกันไปซะแล้ว..”   
อาคาชิพูดสั้นๆ แค่นั้น อาโอมิเนะก็พอเข้าใจ   เพิ่งรู้ว่าหมอนี่ซนขนาดนี้นะเนี่ย แต่ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ...อาคาชิไม่มีท่าทีว่าจะโกรธหรือโมโหอะไรเลย กลับยิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอีกต่างหาก......


“ยังไงก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์นั่งเฝ้าหมอนี่ให้....”   อาคาชิหันมามองอาโอมิเนะ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปหาอาโอมิเนะ ก่อนจะพูดว่า


“เขาน่าสนใจดีนะ....อย่างไงก็ช่วยดูแลเขาหน่อยจะดีกว่า...เพราะตอนที่นายซ้อมอยู่ผมเห็นเขาทำท่าทีแปลกอยู่....เหมือนว่า.....”


“...???...”
“...เขาจะสนใจนายนะ ไดกิ....”
“ห๊ะ?....เป็นไปไม่ได้หรอกน่า...หมอนั่นเพิ่งเจอฉันได้ไม่นาน เผลอๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง  จะมาสนใจในตัวฉันได้ยังไง?...”   อาคาชิมองอาโอมิเนะด้วยสายตาที่แฝงอะไรบางอย่างอยู่  


“..ผมแค่เตือนไว้แค่นั้น..จะอะไรยังไง ไดกิก็ตัดสินใจเถอะ...”  และอาคาชิก็เดินสวนไป ปล่อยไว้เพียงอาโอมิเนะ กับคิเสะ  ...จะบ้ารึไงนะ?.....ช่างเถอะ…


“เฮ้ย! คิเสะ!..ตื่นได้แล้ว...”  อาโอมิเนะพูดปลุกคิเสะ พลางตีไปที่ไหล่บางๆของคิเสะ
“..อือออ...อ๋าาา อาโอมิเนจจิ~~!” คิเสะทำตาลุก วาวเมื่อเห็นอาโอมิเนะ อาโอมิเนะสะดุ้งนิดหน่อย  แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป


“...กลับบ้านได้แล้ว...เดี๋ยวคนที่บ้านนายก็เป็นห่วงหรอก!...”   คิเสะทำปากงอลงเมื่ออาโอมิเนะพูดอะไรบางอย่างไม่เข้าหู  ก่อนที่จะพูดว่า


“นายจะบ้ารึไง! ผมก็บอกไปตั้งแต่ห้องพยาบาลแล้วนี่ ว่าผมจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างน่ะ! นายนี่ใจร้ายชะมัด!!”   เฮ้ยๆ นี่ ‘แก’ เป็นอะไรว่ะเนี่ยยย? งอนฉันรึยังไง? อย่ามาทำตัวเป็นผู้หญิงนักสิ~~ เจ้าบ้า!!


“.....แล้วนายจะให้ฉันทำอย่างไง?.....”  คิเสะเงยหน้ามองอาโอมิเนะ  ก่อนจะพูดว่า


“ให้ผมไปนอนบ้านอาโอมิเนะเถอะน๊าาาาา~~~”  อาโอมิเนะ ถึงกับทำหน้าเหวอไปเลยทีเดียว  นี่นายจะบ้ารึไงเนี่ย! บ้านฉันยิ่งไม่อยากให้ใครเข้าอยู่!  อาโอมิเนะทำท่าจะตอบปฏิเสธไป แต่เมื่อเห็นสายตาของคิเสะทีไรก็ปฏิเสธมันไม่ลงทุกที!


“เออๆ ก็ได้!”


“เย้~~! ชอบอาโอมิเนะที่สุดเลย~~!”  คิเสะพูดพร้อมกระโดดไปกอดอาโอมิเนะเหมือนเด็กที่กำลังดีใจ  เฮ้ยๆ...นี่นอกจากแกจะความจำเสื่อมแล้ว แกยังย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกรึไง?....


“งั้นรอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปนึง..แล้วอย่าไปไหน รอฉันอยู่ที่นี่!  เข้าใจนะ?!”  สั่งเหมือนเด็กจริงๆเลย  แต่คิเสะก็พยักหน้ารับอย่างรัวๆ ก่อนที่อาโอมิเนะจะหายเข้าไปในประตูทางออก  เหลือไว้เพียงคิเสะ ที่รออาโอมิเนะอย่างไม่อยู่สุก กลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนเด็กๆ เดินไปนู้นไปนี่ในโรงยิมให้ทั่ว  จนคิเสะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงหยุดการกระทำของตัวเองและเดินออกไปจาโรงยิมเพื่อไปดูเสียงที่เกิดขึ้นจากทางด้านหลังของโรงยิม


ณ  ด้านหลังโรงยิม


“เอ~~ ก็ได้ยินเสียงมาจากแถมๆตรงนี้นี่นา~~”   คิเสะบ่นพึมพำออกมา เมื่อเขามาอยู่ข้างหลังโรงยิมแล้วไม่เห็นอะไร ทั้งๆที่เมื่อกี้เขายังได้ยินเสียงใครมาคุยอะไรกันอยู่เลยนี่นา~~


[“นายจะบ้ารึไง!”]
คิเสะหันไปทางต้นเสียงที่ได้ยินทันที ก่อนที่จะค่อยๆเดินไปที่มุมของโรงยิมอีกฟากหนึ่งอย่างเบาๆ เพื่อไม่ให้คนที่คุยอะไรกันอยู่นั้นได้ยิน และแล้วคิเสะก็มาถึงตรงมุมที่เขาได้ยินเสียงเมื่อกี้ เขาอาหน้าอกไปแค่นิดเดียวเพื่อที่จะดูว่าใครกำลังทำอะไรกันอยู่


อ๋าาาา~~! นั่นมัน อาโอมิเนจจิไม่ใช่หรอ?...ไหนบอกว่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไง~~!


คิเสะคิดอย่างนั้นเลยทำท่าจะเข้าไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างที่คนตรงหน้าอาโอมิเนะพูดออกมา


“..นายคงไม่อยากจะดูแลเค้าหรอก ผมรู้....เพราะงั้น.....ยกเรียวตะให้ผมซะ ไดกิ..”   ..นั่น..อาคาชิ..ใช่มั้ยเนี่ย? อาโอมิเนจจิบังซะแทบไม่เห็นเลยยย…


“นั่นมันเรื่องของฉัน! นายจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง? ฉันจะดูแลคิเสะได้หรือไม่ได้มันก็เรื่องของฉัน!”
“แต่นายจะทำให้เค้ารู้สึกเป็นคนนอกนะ......”   อาโอมิเนะหยุดชะงักไปเมื่ออาคาชิพูดแบบนั้น คิเสะที่แอบฟังอยู่ก็ถึงกับงง  ...ผมไม่เห็นจะรู้สึกว่าเป็นคนนอกเลยนะ! อีกอย่างนายไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินแบบนี้สิ!...


“คนอย่างนายดูแลใครไม่ได้อยู่แล้ว....เพราะงั้น...”
“เข้าใจแล้ว...จะไปบอกคิเสะให้ละกัน..”


เอ๋!? อาโอมิเนจจิพูดอะไรอ่าาาา~~?   คิเสะที่ยังงงๆกับบทสนทนาเมื่อกี้ก็ถอยหลังไปเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องรีบกลับไปในโรงยิม แต่เท้าข้างหนึ่งดันไปเหยียบกิ่งไม้ใกล้ๆจนทำให้เกิดเสียงขึ้นซะได้ อาคาชิ กับ อาโอมิเนะหันไปมอง คิเสะรู้สึกไม่ดี เลยรีบวิ่งหนีไปสุดฝีเท้าเพื่อเข้าไปในโรงยิม


“สงสัยว่า....เค้าคงจะได้ยินที่พวกเราพูดกันนะ ไดกิ...”
“ชิ! ไม่ต้องบอกฉันก็รู้น่า!”   และอาโอมิเนะก็วิ่งตามคิเสะไปในโรงยิม โดยมีสายตาของอาคาชิจ้องมองอยู่


ณ  ในโรงยิม


“คิเสะ!”
“อาโอมิเนจจิ!?”   อาโอมิเนะวิ่งเข้ามาหาคิเสะที่นั่งอยู่ที่เดิมก่อนที่เขาจะออกไปเป๊ะ!  แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคิเสะนั่งนิ่งกว่าปกติ แถมยังก้มหน้าก้มตาอีกต่างหาก


“...เมื่อกี้.....”


“ผมไม่ได้ไปไหนเลยนะ!  ผมอยู่ที่เดิมตลอดตามที่อาโอมิเนจจิสั่งเลยนะ!  แล้วเมื่อกี้ก็ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นด้วย!...อ๊ะ..”  


คิเสะพูดรัวออกมาแต่เขาดันหลุดพูดประโยคสุดท้ายออกมานี่สิ  ถึงไม่บอกอาโอมิเนะก็รู้   อาโอมิเนะที่ทำท่าจะถามแต่ก็ไม่ถาม แต่กลับบอกว่า


“อา~~ ฉันรู้แล้ว....กลับบ้านกัน...”   คิเสะเงยหน้ามองอาโอมิเนะพลางคิดว่า เมื่อกี้อาโอมิเนะคงไม่เห็นเราสินะ..ดีจัง..  ก่อนที่คิเสะจะยิ้มให้พลางตอบว่า


“อืม!”


------------------End Intro Aokise----------------



ตอนเช้า วันเดียวกัน


“เฮ้ย! ฮิวงะ!”
“ห๊าาา!”  


คนถูกเรียกก็หันกลับไปตอบด้วยสีหน้าที่อารมณ์บ่จอยสุดๆ  คนที่ถูกขานตอบกลับมาถึงกับหน้าซีดลงไปเลยทีเดียว ก่อนจะพูดว่า
“..เอ่อ...คือ..จะบอกว่าคืนก่อนที่นายไปบ้านฉัน นายลืมของไว้น่ะ...”   ‘ฮิวงะ  จุนเปย์’  หันตัวกลับไปมองของที่อยู่ในซองกระดาษบนมือของเพื่อนร่วมห้องเรียน


“ฉันเห็นว่าน่าจะเป็นของสำคัญ เลยเก็บมาคืนให้น่ะ...”
“..อ่า....ขอบใจละกัน...”   และฮิวงะรับของมาแล้วก็เก็บเข้ากระเป๋า ก่อนที่จะเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยท่าทางที่เบื่อโลกเป็นที่สุด


....น่าเบื่อชะมัด....มันไม่มีอะไรที่มันน่าสนุกบ้างรึไงนะ.....


ณ  เย็นวันนั้น


“กลับดีๆนะเว้ย ฮิวงะ!”
“เออ!”
และฮิวงะกับเพื่อนก็แยกกันไปคนทาง ฮิวงะมักจะเป็นพวกเบื่อโลกอยู่เสมอ เขามักคิดว่าโลกนี้ไม่เคยมีอะไรที่มันน่าสนุกเลยสักนิดเดียว  ในระหว่างที่ฮิวงะกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย โดยที่ลืมดูสัญญาณไฟบนทางเดินว่าเป็นสีแดงแล้ว และเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น..


เอี๊ยดดดดดดดดดดด


โครมม


“ช่วยด้วยครับ! คนถูกรถชน!” (เสียงคนอื่น)


อ่า.......รู้สึกสบายหัวอย่างไงก็ไม่รู้สิ...


“ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้หน่อยครับ!”


วุ่นวายอะไรกันเนี่ย.....แล้วทำไมถึงมีคนมามุ่งกันเยอะขนาดนี้เนี่ย....อ่า..เวียนหัวจังเลย...


และฮิวงะก็สลบไป และไม่นานนักก็มีรถพยาบาลมารับตัวเขาไปที่โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ พร้อมกับ “คู่กรณี” ของเขา


ณ  โรงพยาบาล


“ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว อาการก็ดีขึ้นมาก  ให้พักอยู่ที่นี่ดูอาการอีกสักหน่อยก็กลับบ้านได้แล้วนะครับ..”
“ครับ...ขอบคุณครับ คุณหมอ..”


“งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ..”   ‘คิโยชิ  เทปเปย์’ โค้งลาให้คุณหมอ ก่อนจะไปส่งคุณหมอที่หน้าประตู และเดินกลับเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆเตียงคนป่วยที่มีฮิวงะนอนอยู่


“..อ๊ะ....โอ้ย...”   ฮิวงะรู้สึกตัวขึ้นมา คิโยชิก็ตกใจอยู่นิดหน่อย ก่อนที่ฮิวงะจะทำท่าจะลุกขึ้น คิโยชิเลยลุกขึ้นไปห้าม  “นี่! อย่าเพิ่งลุกสิ..นายต้องนอนพักก่อนนะ... ‘ฮิวงะ!’ ”


“....นาย....เป็นใครกัน?..”


เอ๋~! เท่าที่ฉันรู้มา เจ้านี่ไม่เคยพูดกับใครเป็นมิตรเลยนี่นา…


“...เอ่อ....เป็นคนที่ขับรถชนนายน่ะ...”
“เอ๋!?”


“เอ่อ....ฉันขอโทษนะ! ฉันไม่รู้ว่านายจะข้ามถนนน่ะ! ฉันเลยชนนายเข้าอย่างจังเลย...”   คิโยชิรีบขอโทษขอโพยฮิวงะยกใหญ่ เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะฆ่าเค้าตายก่อนที่จะได้ขอโทษ....


“..เอ่อ....เพราะว่าฉันไม่ได้ดูสัญญาณไฟมากกว่านะ!...”


“ห๊ะ?”


“..ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษนายน่ะ!...ถ้าฉันไม่มัวเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นายก็คงไม่ต้องมาเสียเวลากับฉันแบบนี้!”  


..เฮ้ยๆ...ไหงมาเป็นหมอนี่ที่ขอโทษเราล่ะ?...ปกติที่เรา ‘สังเกต’  หมอนี่แทบจะวีนใส่ทุกคนเลยไม่รึไง..


“เอ่อ....ถ้างั้น....นายโอเครึยัง? ยังมีปวด หรือ เจ็บตรงไหนมั้ย?..”   ฮิวงะส่ายหน้าเป็นทำตอบ คิโยชิก็ทำหน้าเหมือนโล่งอกไปที ทันทีที่ได้คำตอบ


“...ว่าแต่ว่า..นายชื่ออะไรหรอ?..เหมือนเมื่อกี้นายก็เรียกชื่อ(นามสกุล)ฉันด้วยนี่..”
“..อ่อ....คิโยชิ..เทปเปย์..”


“..คิโยชิ เทปเปย์?...ฉัน ฮิวงะ จุนเปย์...ยินดีที่ได้รู้จัก ..แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ด้วย..”   คิโยชิเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ก็ยิ้มให้ฮิวงะไป ฮิวงะก็ยิ้มกลับให้....


------------------End Intro KiyoHiwga------------------


นี่เป็นเรื่องเล่าที่น่าแปลก  เมื่ออีกคนที่รู้จักอีกคนอยู่แล้ว แต่ก็ได้แต่มองเขาห่างๆ อย่างมีความวังว่า เขานั้นจะหันมามองเราตรงนี้บ้าง....


และนี่ก็คือ เรื่องเล่าที่น่าแปลกอีกเรื่อง ที่เมื่อคนที่ทำเราเจ็บแท้ๆ แต่กลับไปญาติดีกับเขาซะงั้น.. ชีวิตนี้นี่ มันน่าประหลาดดีนะ...


-----------------------End Intro-------------------------

Talk with me~~~
ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับอินโทรเรื่องนี้ เป็นไงบ้างคับ หวังว่าจะถูกใจกันนะคับ
ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันเรื่อยๆนะคับ
อ้อ มีเรื่องมาบอกอีกว่า ฟิคเรื่อนี้จะอัพเดท 3 ทางนะคับ คือ ทางเด็กดี ทางบล็อกเกอร์ และทางเพจของเรานะครับ
สำหรับเพจก็อย่าลืมเข้าไปกดไลค์กันเยอะๆนะคับ~~