Story of Hybrid child.

Full Name : Story of Hybrid Child.
Author : Rayry Writer
Date : 18/03/2017
P.S. : อ่านให้จบภายในห้านาทีแล้วท่านจะไม่งง ฮ่าาาาา


---------------------------------


Woooooo

ณ ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงดวงไฟมากมายภายในเมืองกลอสเตอร์เชอร์ เขตสเตราด์ และเป็นค่ำคืนที่สงบ แต่เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นมา ก็ไม่ได้เป็นค่ำคืนที่สงบอีกต่อไปแล้ว….


.


.


.

มีเพียงตอนกลางคืนเท่านั้นที่ย่านแห่งนี้จะเต็มไปด้วยสีสันและคลับต่างๆนาๆมากมาย เพื่อให้ทุกๆคนได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจจากงานหนักๆบ้าง มีทั้งคลับปกติ และ ….คลับเกย์…


เสียงเพลงที่ดังลั่นสนั่นทั่วบริเวณ ถ้าไม่มีกำแพงที่เก็บเสียงและการตั้งถิ่นฐานที่ไกลออกมาจากเมืองนั้น พวกชาวบ้านที่นอนแล้วต้องตื่นมาปาขวดใส่แน่ๆ และเสียงเพลงนั้นก็ไม่มีทีท่าจะหยุดหรือลดเสียงลงเลยสักนิด ผู้คนที่อยู่ในนั้นก็ดูจะสติหลุดไปพอๆกัน ทั้งนัวเนีย และแลกลิ้น และอื่นๆในผับเกย์แห่งนี้..


“นี่….”


ป้าบ!


“เอาเหล้าให้ฉันอีกสิ”
พนักงานเสิร์ฟถึงกับสะดุุ้งทันทีที่โดนตีที่ก้นงอนๆของตน ก่อนจะถูกถึงลงไปนั่งบนตักของคนที่ตีก้นเขาเมื่อกี้ ก่อนจะมองจ้องหน้ากันอยู่แปปนึงและก็ลุกออกมา


“หึ…..”


“หอมเป็นบ้า…”


- เคาน์เตอร์บาร์ -


“เหล้าสามครับมาสเตอร์….”
คนที่ถูกเรียกว่ามาสเตอร์ เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่งยิ้มไปให้ และหยิบเหล้าไปให้ตามที่สั่ง พร้อมรับเงินมาจากพนักงานเสิร์ฟ


วี๊!!!


เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น พวกการ์ดด้านหน้าผับก็รีบตรงดิ่งเข้าไปข้างใน และใช้ไมค์โครโฟนพูดบอกในทันที


“ตำรวจ!!”
เพียงแค่ได้ยินแบบนั้นทุกคนที่ต่างสนุกกันอยู่ก็หยุดการกระทำต่างๆและพวกที่อายุไม่ถึงก็รีบวิ่งหลบกันในผับ บ้างก็ออกไปทางด้านหลังร้าน บ้างก็หลบไปอยู่ด้านบน และไม่นานพวกตำรวจก็เข้ามา พวกการ์ดเลยเข้าไปยืนขวาง พวกตำรวจจำนวนหนึ่งไว้ ก่อนจะมีร่างนึงเดินฝ่าตำรวจจำนวนนั้นเข้ามา..


“พลเอกเบอร์นาร์ด อาร์เธอร์ ขอตรวจผับแห่งนี้หน่อยสิ…”
พูดพร้อมยื่นตราประจำตำแหน่งให้ดู ก่อนจะก็เก็บไป และยกยิ้มให้พวกการ์ดนั้น ก่อนที่พวกการ์ดจะหันมองกันเป็นแถว…


--------------------------------


กริ๊งงงงงงง


เสียงกริ่งของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองดังขึ้นเพื่อบ่งบอกว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาเข้าเรียนของวันเปิดเรียนวันแรกหลังจากที่ปิดเทอมกันไปนาน


“เฮ้ๆๆๆๆๆ แมธธิวๆๆ!! หยุดเลยนะเพื่อน!”


“ห๊ะ? อะไรของนาย มิเชล?...”


‘แมธธิว’ และ ‘มิเชล’ สองเพื่อนรัก กำลังเดินเข้าโรเรียนของการเปิดการศึกษาใหม่ ก่อนที่มิเชลจะรั้งตัวของแมธธิวไว้ก่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ ถ้ามิเชลมีเรื่องจะบอกแมธธิวอ่ะนะ


“พ่อฉัน….เมื่อวาน...พ่อฉันเข้าไปจับกลุ่มคนในผับนึง…”


“...อาฮะ….แล้วทำไม? หน้าที่พ่อนายไม่ใช่หรอ?....ทำไม? หรือว่ามีอะไร?...”
“ปรากฏว่า….เจ้าของร้านน่ะ….”


แมธธิวมองแบบอะไร มีเรื่องอะไรอ่ะ เอาง่ายๆ คือ งง เพื่อนตัวเองนั่นแหละ


“...เมื่อเช้า….เขา….”

----------------


“ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของผับแห่งหนึ่งที่พลเอกเบอร์นาร์ดเพิ่งไปจับกุมมา เสียชีวิตโดยปริศนาในห้องขัง….เยี่ยมยอดที่สุดเลย!...”
‘สารวัตร แพททิค’ ที่เดินเข้ามาดูที่เกิดเหตุ อ่านรายงานที่เขาเอามาอย่างเครียดๆ กับเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเขาเป็นคนดูแลสำนักงานตำรวจแห่งนี้ ก็ต้องเครียดเป็นธรรมดา สำหรับมีผู้ต้องสงสัยตายที่นี่


“สารวัตรครับ….”


“ว่าไง..ได้เรื่องมั้ย?...”
“พวกเราได้ออกตรวจบริเวณรอบๆห้องขังและข้างหลังแล้วครับ ไม่พบสิ่งปกติอะไร แต่เราเจอสิ่งนี้ที่ด้านหลังครับ…”
พูดพร้อมยื่นรูปในโทรศัพท์ให้ดู และก็เดินจากไปเพื่อไปหาเบาะแสกับหน่วยของตนต่อให้เสร็จ สารวัตรแพททิคก็รับมาดูแล้วก็เริ่มเครียดจนไมเกรนจะขึ้น


“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย…”

--------------------

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ? พวกเราเป็นเด็กม.ปลายนะ ไม่ใช่ตำรวจ นายคิดจะทำอะไร?...”


“มันเกี่ยวมากเลยแมธธิว!... นี่ๆๆๆ นายฟังฉันนะเพื่อน….”


“เรา - เป็น - เด็ก - มอ - ปลาย...เข้าใจ๊?...”
แมธธิวและมิเชล เดินเข้ามาในโรงเรียนบริเวณล็อกเกอร์ ก่อนที่มิเชลจะพูดดักแมธธิวไว้ แต่แมธธิวก็ตัดบทขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะเอาของใส่ไปในล็อกเกอร์ และเอาของที่จำเป็นออกมาเท่านั้น ก่อนที่จะเดินจากไป
“...เฮ้ออออ!!!....”
และมิเชลก็รีบเอาของเก็บและวิ่งตามไปพูดเกาะแกะแมธธิวทันที ซึ่งแมธธิวก็บอกเป็นประโยคเดิมๆ แต่มิเชลก็ไม่ลดละความพยายาม…


ณ ห้องเก็บตัวนักกีฬา


“เอาล่ะพวกคุณทั้งหลายครับ!! มารวมตัวตรงนี้ เร็วครับ! เร็วกว่านี้ เร็วๆสิครับ!!!”
พอแมธธิวกับมิเชลเดินเข้ามา โค้ชก็เรียกรวมอย่างฉับไว ทำให้แมธธิวและมิเชลตั้งตัวแทบไม่ทัน รีบวิ่งกันไปเกือบเหยียบเท้าตัวเองล้ม…


“เรียกอะไรแต่เช้า….”
“ผมได้ยินนะ เจ้าบ้า….”
มิเชลถึงสะดุ้งโหยงเมื่อโค้ชได้ยินที่เขาพูด แมธธิวที่อยู่ข้างๆก็หัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนจะตบบ่าเพื่อนตัวเองเบาๆแบบปนความสะใจนิดๆ


“เอาล่ะ พวกคุณที่สันหลังยาวทั้งหลาย! พวกคุณจะมีการแข่งคัดเลือดตัวจริงวันมะรืน เตรียมตัวด้วยนะครับ ผมหวังว่าจะไม่มีความผิดหวังนะ...วันนี้ไปซ้อมโดดดั้งค์ลูกก่อนครับ!!”


“ครับโค้ช!!!”
ทุกคนตอบรับอย่างหนักแน่น ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามล็อกเกอร์ของตัวเองในห้องเก็บตัวนักกีฬา ซึ่งเมื่อแมธธิวและมิเชลได้ยินแบบนั้นก็แยกย้ายออกมาและมามองหน้ากันทันที


“มีวันมะรืน….”


“ตำแหน่งตัวจริงในทีม...เพียง 5 คนเท่านั้น….”
แมธธิวมองหน้ามิเชลอย่างกังวล และมิเชลก็มองหน้าแมธธิวอย่างกังวลเช่นกัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน….


“ตายแน่ๆเพื่อน….”
มิเชลพูดออกมาอย่างหมดหนทาง ก็นะ อยู่ทีมบาสโรงเรียนมาหลายปีทั้งสองคนยังไม่เคยได้เป็นตัวจริงเลย…
“ต้องผ่านไปได้สิ….”
แมธธิวพูดให้กำลังใจเพื่อนตัวเองและตัวเองด้วย ก่อนจะตบบ่าเพื่อนรักตัวเอง และก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปซ้อมตามที่โค้ชบอก และก็ตามด้วยมิเชล…


“แล้ว...คิดไงกับเรื่องนั้นอ่ะ….”


“ห๊ะ?...เรื่องไหน?....”


“โธ่ แมธธิว! เรื่องคดีนั่นไง!...”
แมธธิวทำหน้าแบบอ๋อ แล้วก็ไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งนี่...หมอนี่ชอบพาไปยุ่งเรื่องนู่นนี่นั่นบ่อยๆอีกด้วยเหอะ…


“นี่...ฉันว่า พวกเราน่าจะไปดูกันก่อนมั้ย? แค่ไปดูเองน่า!....”


“ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้นนะ มิเชล …. ค่อยไปตอนเลิกเรียนไม่ได้รึไง?...”
มิเชลอ้าปากค้างนิดๆ ก่อนจะทำท่านึกๆ แล้วก็พยักหน้าให้แมธธิว แล้วก็ใส่อุปกรณ์ป้องกันการกระแทกตามเข้าและศอก


“ก็ได้เพื่อน...แต่ต้องไปทันที..เข้าใจ๊?...”


“เอาน่า...อย่าไปคิดมาก…”
และทั้งคู่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ พร้อมลงสนาม ก่อนจะทำท่าจะเดินออกไป  แต่ในทันใดนั้น ก็มีคนเดินมาตัดหน้ามิเชลที่กำลังก้มหน้าตรวจดูความเรียบร้อย จนทำให้มิเชลเกือบล้มหงายหลังลงไป แต่ดีที่แมธธิวเดินตามหลังมาแล้วจับเพื่อนตัวเองไว้ได้ทัน... คนที่เดินตัดหน้าเมื่อกี้ หันหน้ากลับมาแล้วยิ้มให้นิดๆ


“โทษทีนะ พอดีมองไม่เห็น...หึ…”
พูดก่อนเหยียดยิ้ม และเดินออกไปพร้อมกลุ่มเพื่อนของตัวเอง และหนึ่งในกลุ่มเพื่อนนั้นก็ทำหน้าแบบว่า ขอโทษนะ ส่งมาให้ แมธธิวก็พยักหน้ารับนิดๆ


“..โอเค...จัสตินเพื่อนยาก… เราให้อภัยนาย….เฮ้อออ…”
ต้นประโยคถึงกับต้องกัดฟันพูด และถอนหายใจออกมาเบาๆ แมธธิวเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยิ้มหัวเราะออกมานิดๆ ก่อนจะทำเป็นปัดฝุ่นนิดๆให้เพื่อนตัวเอง แล้วยิ้มให้ ก่อนจะพาเดินไปที่ยิม


“สักวันฉันจะเตะก้นมันให้ได้คอยดูสิ…”


“เอาน่า…”
แมธธิวพูดพร้อมกอดคอเพื่อนตัวเองเดินไปที่ยิม ซึ่งมิเชลก็ดูเหมือนจะเอือมระอากับการที่เพื่อนตัวเองเป็นคนที่คิดในแง่ดีและยอมคนมากเกินไป


ณ โรงยิม


“เอาล่ะๆๆ!! มารวมเร็ว!! เร็วๆสิครับ!!”
เสียงโค้ชดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่พวกนักกีฬาจะไปรวมตัวตามที่โค้ชบอก รวมถึงแมธธิวกับมิเชลด้วย พอโค้ชเห็นถึงความพร้อมก็เริ่มพูดอีกครั้ง


“เอาล่ะ! ฟังให้ดี! พวกคุณจะต้องกระโดดดั้งค์ลูกให้ได้อย่างน้อย 1 ลูก ใน 30 วินาที!! เข้าแถว!!”
เมื่อได้รับคำสั่ง ทุกๆคนก็เข้าแถวตามที่โค้ชสั่ง โดยมิเชลและแมธธิวอยู่หลังสุด ด้วยความที่มาช้าไปนี๊ส แต่ก็ทัน และ จัสติน คนที่เพิ่งเดินตัดหน้ามิเชลในห้องเตรียมตัว อยู่ด้านหน้าสุด


“เอาล่ะครับ...ฟังสัญญาณ….ปี๊ด!”
และเมื่อสัญญาณนกหวีดดังขึ้น จัสตินก็วิ่งออกจากจุดสตาร์ท และไปดั้งค์ลูกได้ง่ายๆ เรียกเสียงชมจากโค้ชได้ไม่น้อย พวกเพื่อนๆก็ปรบมือให้ตามมารยาท ก่อนที่จะไปดั้งค์อีกลูก สรุปแล้ว 30 วินาที ทำไปได้ประมาณ 5 ลูก จัสตินเลยเดินไปต่อหลังแถวต่อ


“ว่าไงล่ะเบอร์นาร์ด ปีนี้จะพูดโอ้อวดเหมือนเมื่อปีที่แล้วอีกมั้ย?...”
เมื่อจัสตินมาต่อหลังมิเชลแล้ว ก็เริ่มกวนประสาททันที ซึ่งเมื่อมิเชลได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้ามองคนที่สูงกว่าตัวเองนิดหน่อย และเลิกคิ้วให้นิดๆ


“ได้เห็นดีกันน่า…”


“......”
แมธธิวหันมามองนิดๆ ก่อนจะหันไปกลั้นขำ ก็ดูเพื่อนตัวเองสิ ตัวก็เล็กกว่าจัสติน แต่ก็หาเรื่องได้ ดู๊ดู และมิเชลหันมาเห็นแบบนั้นก็ตีแมธธิวไปทีนึง ทำให้แมธธิวสะดุ้งได้ไม่น้อย ก่อนที่แมธธิวจะหันไปยิ้มให้มิเชล


“แล้วนายล่ะ เจนซัน ห๊ะ? จะห้ามเพื่อนนายเหมือนเดิมม่ะ?...”
ทีนี้จัสตินเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นแมธธิวแทน ซึ่งเมื่อเจ้าตัวรับรู้ได้ ก็สะดุ้งนิดๆ ก่อนจะหันไปหาคนที่ถามตัวเอง


“....ไม่รู้สิ...ฉันอาจจะ...ห้ามเขาไม่ได้ก็ได้ ใครจะไปรู้?...”
จัสตินเมื่อได้คำตอบนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนเหยียดยิ้มขึ้นนิดๆ และรอต่อคิวต่อไปอย่างวางท่าโอ้อวด ทำให้มิเชลที่มองอยู่ถึงกับขึ้นนิดๆ


“นี่เพื่อน! นายไม่โมโหบ้างรึไงวะ?!”


“ห๊ะ?....กับเรื่องอะไร?...”


“โธ่ๆๆ แมธ! ก็เรื่องไอ้ไก้อ่อนข้างหลังฉันนี่ไง!”
พูดพลางทำท่าทำทางแบบประชดประชัน ทำให้แมธธิวถึงกับยิ้มหัวเราะออกมาทันที เพื่อนตัวเองเนี่ยเป็นแบบนี้ตลอดเลย เป็นคนที่ร่างเริงเสมอ ต่างจากตัวเอง ที่เอื่อยๆไปเรื่อย


“จะโมโหทำไม?....เขาไม่ได้ทำอะไรให้ฉันซะหน่อย…”
พูดพลางยักไหล่ให้เพื่อนรัก เมื่อมิเชลเห็นแบบนั้น ก็ยกมือเกาหัวแกร๊กๆ แบบไม่รู้จะงัดเอาวิธีไหนออกมาให้เพื่อนตัวเองโกรธไอ้คนข้างหลังเขาดี


“ต่อไป! เจซัน!”


“อ๊ะ ครับโค้ช!!”
เมื่อเจ้าของชื่อโดยเรียกก็เดินไปที่จุดสตาร์ท และรับบอลจากเพื่อน และเดาะบอลสักสองสามที ก่อนจะรอฟังสัญญาณจากโค้ช


“เพื่อน นายเป็นที่ 1 ของการดั้งค์ในทีม ไม่เป็นไรหรอก!”
มิเชลที่อยู่ด้านหลังให้กำลังใจเต็มร้อย จนทำให้แมธธิวต้องหันมามองนิดๆ แล้วส่งหน้าตาแบบ อะไรของแกวะ?


ปี๊ด!


และสัญญาณก็ดังขึ้น แมธธิวออกตัวช้าไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อวิ่งไป ความเร็วและเวลาก็เท่ากับคนก่อนๆ และกระโดดดั้งค์ได้อย่างสวยงามและโอกาสเข้าสูงมาก


“เยี่ยมมาก เจซัน…”
ได้รับคำชมโค้ชไปหนึ่งแต้ม! เมื่อจัสตินเห็นแบบนั้นก็ทำท่าฟุดฟิดๆ โมโหนิดๆ แบบลมออกหู ลมเต็มปากไรงี้เลย มิเชลที่รับรู้ได้ก็เลยสะใจไป
และเมื่อดั้งค์ไปเรื่อยๆ ก็ได้ 5 ลูกเท่าจัสติน และยังเหลืออีกสิบวินาทีสุดท้าย แมธธิวตั้งสมาธิกับบาส ก่อนจะมองแป้นบาสและรอฟังสัญญาณสิบวินาทีอีกครั้ง


ปี๊ด!


และเมื่อสัญญาณดังขึ้น แมธธิวออกวิ่งไปทันที ก่อนจะวิ่งไปถึงจุดนอกสามแต้ม ก็ทำการโดดดั้งค์ ณ ตรงนั้นทันที ทำให้โค้ชและเพื่อนๆ อ้าปากค้างทันที และไม่ใช่ดั้งค์ไปเฉยๆ ยังมีลูกเล่นก่อนดังค์ลงไปอีก
“...สุดยอด….”
มิเชลหลุดปากพูดออกมาอย่างที่เคยเป็นในทุกๆครั้งที่เพื่อนตัวเองมักมีการดั้งค์อันสุดแปลกมาให้ชม พอแมธธิววิ่งกลับมา โค้ชก็เข้ามาชม และจับไม้จับมือทันที ก่อนที่แมธธิวจะเดินไปหามิเชล และส่งบอลให้
“ตานายแล้ว มิเชล…”
มิเชลรับบอลมาอย่างกังวล และลนลานสุดเลยๆ ดูจากมือที่กำลังจับบอลที่มันกำลังสั่นหงึกๆอยู่นั่นได้ ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ


“โอเคเพื่อน ฉันจะ...ฉันจะพยายาม…”


“นายทำได้อยู่แล้วน่า ที่สองของดั้งค์ลูก แค่อย่าลนลานน่าเพื่อน…”


“พูดง่ายจังนะนายน่ะ…”


“เบอร์นาร์ด มาที่จุดสตาร์ทสักทีสิครับ!”
เมื่อมิเชลถูกเรียกก็รีบวิ่งไปจนหน้าเกือบทิ่มลงพื้น แมธธิวมองตามไปอย่างสงสารและเป็นห่วง และขำๆกับท่าทีแบบนั้น ก่อนจะหันกลับไปเดินเพื่อไปเข้าแถวต่อ


“แกยืนอยู่ตรงที่หนึ่งนั่นได้ไม่นานหรอก...เจนซัน….”
แมธธิวไม่ได้สนใจคำที่จัสตินพูดอะไรมาก เดินผ่านมาอยู่ข้างๆแถวแทน เพราะจะดูเพื่อนตัวเองดั้งค์และสัญญาณก็ดังขึ้น


ปี๊ด!


เมื่อสัญญาณดังขึ้น มิเชลก็เลี้ยงบอลไปเรื่อยๆ ด้วยท่าแปลกๆตามสไตล์ของเขา ก่อนจะกระโดดดั้งค์จากเขตสามแต้มเหมือนกับแมธธิว และก็เข้าซะด้วยนี่สิ พอรู้ว่าเข้า มิเชลก็ดีใจแทบจะเรียกว่า ตีลังกาได้เลย


“เบอร์นาร์ด! กลับมาที่จุดสตาร์ท!”
โค้ชเริ่มสวมบทโหด ทำให้คนทั้งทีมสะดุ้ง เว้นแต่มิเชลที่มัวแต่ดีใจ แต่ก็เก็บบอลและวิ่งกลับมาที่จุดสตาร์ทอย่างระรื่น และรอฟังสัญญาณ ดั้งค์ไปดั้งค์มา ได้ 4 ลูก ทั้งหมด


“เอาล่ะ! วันนี้อุ่นเครื่องแค่นี้ก่อน! กลับไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปเรียนของการเปิดเทอมวันแรกซะนะครับ!!”
“ครับโค้ช!!”


และทุกคนก็ค่อยๆ ถยอยออกจากโรงยิม และก็เหมือนเดิม แมธธิวกับมิเชลทักเป็นสองคนสุดท้ายที่ออกหลังชาวบ้านชาวเมืองเขาหมด


“เมื่อกี้นายเห็นม่ะแมธธิว! ลูกสุดท้ายฉันโดดตั้งแต่นอกเขตสามแต้มเชียวนะ! คิดดูสิ บางทีฉันอาจจะเอาชนะคะแนนนายก็ได้!”


“เออน่า เอาที่นายสบายใจเหอะ....”
ทั้งคู่พูดไปพลางกอดคอ และเล่นกันไปตลอดทางจนถึงห้องเก็บตัวนักกีฬา
“นี่แมธธิว…”


“หือ?...”


“ฉันว่านะ...พวกเราโดดกันเหอะ!...”


“ห๊ะ? อะไรของนาย!? เราตกลงกันแล้วนะ!”


“แต่ฉันอยากไปดูนี่!”


“อย่าเอาแต่ใจน่า…”
มิเชลมองแมธธิวที่ถอดเสื้อเพื่อจะไปลูบเนื้อลูบตัวเอาให้สบายตัว ก่อนจะมู่หน้าใส่ และเปลี่ยนเสื้อตามไปที่โซนอาบน้ำ และก็ยังไม่วายที่จะกวนใจแมธธิวต่อ


“เฮ้! ฉันอยากเห็นจริงๆนะ!...”
แมธธิวหันมองเพื่อนตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะไม่สนใจเอาน้ำมาลูบๆตัวต่อไป ปล่อยให้อีกคนพล่ำเพ้อไปคนเดียวเถอะ


“ก็บอกแล้วว่าให้ไปตอนเลิกเรียน...พวกเขาคงยังไม่เก็บไป...หมด…….หรอก….”


“อือ! ใช่! เพื่อน! นั่นแหละปัญหา! เขาต้องเคลียร์พื้นที่ตรงนั้น และปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าไปแน่! เพราะงั้นเพื่อน!...เราต้องไป! เดี๋ยวนี้!...”
พูดเสร็จก็เอาน้ำลูบๆตัวและ เดินไปแต่งตัว เมื่อแมธธิวเห็นแบบนั้นก็รีบลูบๆ และเดินตามไปแต่งตัวทันที


ณ โถงทางเดินตรงล็อคเกอร์


ตอนนี้ทุกๆอณูของที่นี่ เต็มไปด้วยนักเรียนที่เข้ามาทั้งเก่าและใหม่ ต่างพูดคุยเพื่อรอเวลาเข้าเรียน บางคู่รักก็สวีทหวานกันไม่สงสารคนโสดอย่างมิเชลที่เดินมาพร้อมกับแมธธิวเลยสักนิด ส่วนแมธธิวก็ไม่สนใจอะไรรอบข้าง มุ่งหน้าเดินไปที่ล็อคเกอร์ของตนอย่างเดียว


“ฉันเกลียดวันเปิดเทอม….”
“ทำไมล่ะ?...”
“.....นายไม่เห็นหรอ!? แมธธิว! ดะ..ดูพวกคู่รักนั่นสิ!”
แมธธิวหันไปตามที่มิเชลจับหัวตัวเองหันไปรอบๆ ก็พบกับคู่รักที่ยืนคุยกันอย่างสวีทวี๊ดวิ้วว อย่างกะจะฆ่าคนโสดอย่างเพื่อนตน แล้วหันกลับมาเมื่อมิเชลปล่อย


“...แล้วมันทำไม? พวกนั้นก็ดูน่ารักดีออก…”
แมธธิวพูดพลางหมุนรหัสตู้ล็อคเกอร์ของตน และเมื่อเปิดออก ก็เอาของสัมพาระที่เพิ่งอักเข้าไป เอาออกมาใส่กระเป๋า ฝั่งของมิเชลก็เช่นเดียวกัน


“แล้ว...มีแผนที่จะออกจากนี้ม่ะ?...”


“อาฮะ...แน่นอน…” พูดพลางยัดของใส่กระเป๋า


“เข้าท่ารึป่าว?...”


“.....” ส่ายหัวนิดๆ


“แผนนี้จะทำให้โดนโทษอะไรมั้ย?...”


“......อืมม….” พยักหน้ารัวๆ


“โอ้...ตายละ...มิเชล!...”
แมธธิวถึงกับกุมขมับ เมื่อเพื่อนตัวเองคิดแผนแบบนี้ออกมาได้ยังไง เอาแบบไม่โดนจับทำโทษ หรือออกไปดีๆแบบไม่มีโทษได้มั้ยนั่น…


“เออน่า….มาเร็ว…”
และก็ลากแมธธิวออกไป ซึ่งแมธธิวก็ปล่อยให้อีกคนลากไปง่ายๆ เพราะไม่รู้ว่าอีกคนจะทำอะไร แผนไหนซะด้วยนี่สิ…


และในที่สุดพวกเขาก็รอดพ้นเงื้อมมือของอาจารย์ตรวจตรามาได้ ก่อนมิเชลจะขึ้นรถตัวเองไป และแมธธิวก็ขับรถมอไซต์คันใหญ่ของตนตามไปอย่างรวดเร็ว


ณ สถานีตำรวจที่เกิดเหตุ


“พ่อ พ่อ พ่อ!”


“นี่แกมาทำอะไร?...ไม่ใช่ว่าวันนี้โรงเรียนเปิดหรอห๊ะ?...”


“เอ่อ นั่นก็ใช่ แต่ผมอยากมาหาพ่อมากกว่านะ คือว่า ผม เอิ่ม..ผม…..”


“แกไม่ต้องมายุ่งเลยนะ! กลับไปโรงเรียนได้แล้ว…”
อาร์เธอร์ พูดบอกลูกชายหัวดื้อของตัวเองที่อยู่ในยูนิฟอร์มจองโรวเรียนเต็มยศมาก ก่อนจะพยายามผลักไสออกไปให้พ้นจากที่เกิดเหตุ แต่มิเชลก็หัวดื้อเกินไปเลยไม่ยอมง่ายๆ จนฝ่าเข้าไปได้


“....โอ๊ะ...ว้าว…..”
อุทานออกมานิดๆ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ก็พบว่าแมธธิวตามเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ตามด้วยพ่อตัวเองที่เดินตามเข้าช้าๆ


“...ทำไมมันแลดูยิ่งใหญ่จังเลยพ่อ?...”
จะพูดแบบนั้นก็ได้นะ เพราะทั้งผนังมีเลือดสาดอยู่เต็มไปหมด และเมื่อแมธธิวเห็นแบบนั้นก็หยุดนิ่งไป ก่อนจะหงายหลังลงไปในทันที ทำให้มิเชลต้องรีบไปพยุงตัวขึ้นมา และพาที่ห้องทำงานของพ่อที่อยู่ที่นี่


“...พ่อฮะ...คดีนี้มันเหมือนกับ..”


“ฆาตรกรรม...ใช่ พ่อก็คิดแบบนั้น…”
“...แต่...เพื่ออะไร?...เขาเป็นแค่เจ้าของผับนี่ครับ? ไม่มีประวัติเลวร้ายอะไร แค่ค้าอาวุธผิดกฏหมาย ค้ายา แล้วก็เป็นเจ้าพ่อมาเฟีย….อุ้ย….”
มิเชลรัวคำที่เขาคิดและรู้ออกมา แต่เมื่อมิเชลพูดจบ ก็รีบปิดปากตัวเองทันที แล้วมองไปทางแมธธิวที่เป็นลมไป และตามด้วยสายตาที่จ้องเขาไม่วางตา


“นี่แกเอาแฟ้มเอกสารพ่อไปทุกครั้งเลยใช่มั้ย?....”


“ก็...อันไหนมันน่าเบื่อก็ไม่เอาอ่ะ…”
เมื่ออาร์เธอร์ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พร้อมเท้าเอวมองลูกชายตัวเองที่กำลังปฐมพยาบาลให้เพื่อน


“พ่อ พ่อ พ่อฮะ! พ่อ!!”
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน อาร์เธอร์ที่กลับไปนั่งทำงานต่อก็ต้องสะดุ้ง ลุกมากจากเก้าอี้ที่นั่งทำงานอยู่ และวิ่งไปหาลูกตัวเองที่ร้องหา


“มีอะไรมิเชล?!”


“พ่อพอจะมีผ้า หรืออะไรที่มันพอจะชุบน้ำได้มั้ยพ่อ?! แมธธิว..!”
อาร์เธอร์อ้าปากค้างว่าลูกตัวเองพูดอะไรออกมา เพราะมันรัวมาก มาจับใจความได้ตรงแมธธิว เลยหันไปมอง เจ้าคนที่นอนอยู่บนโซฟาเหงื่อเต็มหน้า และดูร่างกายจะกระตุกนิดๆด้วย เหมือนฝันร้ายก็ว่าได้ แต่ก่อนจะคิดอะไรไปมากกว่านั้น ก็เดินออกไปข้างนอกห้องเพื่อหาผ้าชุบน้ำ


และไม่นานก็ได้มา พร้อมที่ใส่น้ำด้วย เมื่อมิเชลได้มาก็รีบเช็ดตามตัวเพื่อนตัวเองอย่างเร่งด่วน เรียกว่า มือเป็นระวิงเลยก็ว่าได้ โดยมีอาร์เธอร์ยืนดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ เตรียมพร้อมที่จะหาของมาให้


“...แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…”


“เดี๋ยวๆๆๆๆ แมธธิว เพื่อน!!”
และแมธธิวก็หายใจถี่รัวขึ้น จนมิเชลยังตกใจ และก็ค่อยๆ เช็ดตามตัวเพื่อนให้ตลอด และคอยปลอบตลอด จนรู้ว่าไม่น่าจะดีแล้ว


“พ่อ พาแมธไปหาหมอดีกว่าพ่อ…”


“งะ...งั้นก็ไปสิ!...”
พูดพร้อมเข้าไปอุ้มตัวแมธธิว และมิเชลก็เปิดประตูให้พ่อตัวเองพร้อมออกไปเตรียมรถ เพื่อพาแมธธิวส่งโรงพยาบาลของเมือง


ณ โรงพยาบาล


“อาลิเซีย แมธธิวเป็นไงบ้าง?..”


“ดีนะ ที่พวกเธอพาเขามาทันน่ะ…”
เมื่อมิเชลได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะนั่งลงอย่างผ่อนคลาย
“แต่ฉันมีเรื่องอยากจะถาม…มิเชล…”


“...ผมหรอ?....”
“เธอนั่นแหละ….”
มิเชลพยักหน้ารับนิดๆ ก่อนจะมองไปที่อาลิเซียอย่างรอคอยคำถาม แล้วอาลิเซียก็ยิ้มออกมานิดๆ กอดอกและเริ่มถาม


“วันนี้เปิดเรียนไม่ใช่หรอ?...แล้ว..ทำไมถึงอยู่กับคุณเบอร์นาร์ดได้?...”
อาลิเซีย ยิ้มถามอย่างอ่อนโยน พร้อมชี้ไปหาทางอาเธอร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ส่วนมิเชลที่โดนถาม ก็อ้าปากค้าง เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็โดนอาลิเซียขัด


“อย่าโกหกฉันนะ….”


“..เอ่อ...โอเค...พวกเราโดดมาครับ…”
เมื่ออาลิเซียได้คำตอบที่อยากรู้ก็ยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะเดินไปหามิเชลและหยิกแก้มนิ่มๆนั่นไปทั้งสองข้างแบบเบาๆ แต่เอาให้จำ และก็เดินจากไปเพื่อไปทำงานต่อ


และไม่นานหลังจากอาลิเซียเดินไป เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องฉุกเฉินก็เข็นเตียงของเพื่อนรักของตนออกมา ซึ่งแมธธิวก็ยังคงหลับไม่ได้สติเหมือนเดิม แต่สภาพแลดูดีกว่าตอนก่อนเอามาส่ง มิเชลเดินตามไปจนถึงห้องพักฟื้น


ณ ห้องพักฟื้น - ตอนเย็นเกือบมืด


“....งืมๆ….”
มิเชลที่นอนเฝ้าแมธธิวมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ เกือบจะมืดแล้ว แมธธิวก็ตื่นมาตอนที่จะกินตอนเที่ยงๆ ตื่นมาแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว พอกินเสร็จยังไม่ทันได้ย่อยเลยมั้ง ก็นอนต่อไปอีก ทำให้มิเชลต้องนั่งนอนเฝ้าเพื่อนของตนตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา จนตัวเองก็เริ่มหลับไปทีละนิด และก็หลับแบบไม่รู้เรื่องอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ อาลิเซียก็แวะเข้ามาดูเป็นครั้งเป็นคราว ก็ลูกตัวเองทั้งคนเลยนะ


“อืมๆ….อย่านะ..มันจั๊กจี้นะตัวเอง….”
ครือออออ


“...........”
แมธธิวที่นอนไม่ได้สติอยู่ก็หลับสนิทไปเลย โดยที่มีคนเฝ้ายอดเยี่ยมแห่งปีที่ไม่มีใครสามารถเทียบเท่าได้ อย่างมิเชลคอยเฝ้าอยู่ แต่มิเชลก็เป็นคนที่หลับลึกใช่ย่อยเหมือนกันนะ


“...เจนซัน...แมธธิว….”
เสียงที่เรียกชื่อของแมธธิวนั้นแหบพล่าคล้ายคนมีอายุมากแล้ว แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังที่อัดแน่นไปหมดเช่นกัน เพราะเสียงเรียกนั่นทำให้มิเชลเหมือนจะได้สติขึ้นมานิดๆ แต่ก็หลับไปใหม่ ก่อนที่หน้าห้องจะร่างของคนคนหนึ่งมายืนอยู่ และไม่นานก็ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ และค่อยๆ ย่างก้าวเข้ามาในตัวห้อง แบบเงียบมากแบบเงียบกริ๊บเลย แม้แต่เสียงเท้าก็ไม่ได้ยิน


“........”
และเมื่อคนคนนั้นเดินเข้าใกล้เตียงที่แมธธิวนอนพักอยู่ แมธธิวก็เหมือนจะได้สติ แต่ตาลืมไม่ขึ้น แต่รับรู้ได้ว่ามีใครอยู่ตรงประตูแน่


“แม่...หรอครับ?...”
“.......”
เมื่อคนที่เข้ามาใหม่ได้ยินแบบนั้นก็หยุดเดินไป และมองไปที่แมธธิวที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่แทน ก่อนจะเริ่มเดินอีกครั้ง


“...แม่ครับ...มีอะไร…?......!!”
และแมธธิวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นร่างที่เดินเข้ามาใกล้ๆตัวเอง ซึ่งไม่ใช่แม่ของตัวเองแน่นอน เลย พยายามที่จะลืมตามองให้มากขึ้นอีก แต่ด้วยความที่หนักอึ้ง และแสงไฟที่มีน้อยจนเกินไป เลยมองไม่เห็นอะไรเลย และในขณะที่แมธธิวพยายามจะมองหน้าคนที่เข้ามาใหม่ เขาคนนั้นก็เดินเข้ามาเกือบจะถึงเตียงของเขาซะแล้ว แมธธิวทำได้เพียงปรือตามองอีกคนอย่างยากลำบาก เพราะยานอนหลับที่หมอให้ด้วย แต่มือของแมธธิวก็ยกขึ้นและหันไปทางมิเชล


“..มะ...มิเชล...มิเชล!”
แมธธิวพยายามเรียกเพื่อนตัวเองที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเรียกต่อไป


“มิเชล! มิเชล!!”
“อ๊ะ ห๊ะๆๆ?...”
และก็ได้ผล มิเชลตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้เรื่องอะไรอยู่ดี แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาต้องมาอยู่กับคนแปลกหน้าคนเดียวหรอกนะ และคนที่เข้ามาใหม่นั้นก็หันไปมองทางมิเชลแทนแมธธิว และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปหามิเชลแทน เมื่อแมธธิวเห็นแบบนั้นก็พยายามที่จะลุกขึ้น แต่ทำไม่ได้เหมือนโดนสะกดไว้ก็ว่าได้


“เฮ้ๆๆ นายเป็นใครกัน?..ญาติฝั่งไหนของแมธธิวงั้นหรอ? 55…”


“...คือว่า โทษทีนะ คือว่า ฉันไม่เห็นญาติของแมธธิวมาหลายปีแล้วน่ะนะ...เพราะงั้นถ้านายจะเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอาลีเซียหรือฉันหรือพ่อฉัน นายไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามานะพวก……..เอ้ออ…..อ้าาาา…..”


“มิเชล…..”
ยังไม่ทันที่มิเชลจะพูดจบดี ชายคนนั้นก็ทำอะไรบางอย่างกับมิเชล และมิเชลก็กลับไปหลับบนโซฟาเหมือนเดิม ก่อนที่เขาคนนั้นจะเดินกลับมาหาแมธธิว ซึ่งตอนนี้แมธธิวก็ขยับร่างกายลุกขึ้นได้นิดหน่อยแล้ว เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามา ก็พยายามถดหนีอยู่บนเตียงไป แต่แสงที่มีไม่มาก มีเพียงแค่แสงจากโคมไฟข้างเตียงที่ไม่สว่างมากนักเท่านั้น
“ต้องการอะไร?...”
แมธธิว พยายามกวาดหาแว่นตาของตัวเอง อย่างลนลาน ก็อีกคนเดินเข้ามาไม่หยุด แถวยังปล่อยรังสีออร่าแปลกๆออกมาอีกนี่นา เป็นใครก็ต้องกลัวสิ…


“...ไม่ต้องกลัวไป...ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก…”
แมธธิวหอบหายใจอีกครั้ง เปลี่ยนไปกวาดมือหาสวิตช์ไฟของโคมไฟแทน แต่ชายคนนั้นก็จับมือของแมธธิวไว้ และกดให้แมธธิวกลับไปนอนเหมือนเดิม ซึ่งแมธธิวก็ขัดขืนได้นิดหน่อย เพราะแรงที่มีเพียงนิดหน่อย จนอีกคนกดเขาลงนอนได้สำเร็จ ก่อนที่ชายคนนั้นจะเอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และละมือจากร่างกายของแมธธิวและ ย้ายไปที่สายน้ำเกลือนั้นแทน…


“จะทำอะไร?.....”
แมธธิวเริ่มหายใจแรงเหมือนตอนก่อนที่จะเอามาส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ชายคนนั้นก็ไม่สน และก็เปิดฝาเข็มฉีดยานั้นออก ก่อนจะฉีดเข้าไปในน้ำเกลือนั่นจนหมดหลอด


“แค่ยาสลบ...ไม่ต้องกลัวไปหรอก…”
ชายคนนั้นพูดเหมือนแบบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะลดที่กั้นเตียงลงและขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆแมธธิว ก่อนจะมองแมธธิวเหมือนรอเวลา และไม่นานแมธธิวก็รู้สึกมึนๆ และก็หนังตาเหมือนจะหลุบลงมาอีกครั้ง แต่ก็ยังมีสติพอที่รับรู้


“...แค่นี้...ก็เสร็จแล้ว…”
เขาจับข้อมือแมธธิวขึ้นไป และสูดดมมันเหมือนเป็นของหวาน แมธธิวพยายามชักกลับ แต่อีกคนก็กำมันไว้แน่น ...และก่อนที่สติจะหลุดหายไป ...แมธธิวเห็นบางอย่าง… บางอย่าง..ที่คล้ายกับ..เขี้ยว….


“...หยุด…”
สติอยู่เพียงแค่นั้นและก็หลุดไปในที่สุด


“นายแค่กำลังฝัน แมธธิว...พอตื่นมา..นายก็จะจำอะไรไม่ได้…”
.
.
.
“...คุณเป็นใคร…”

กึก! งับ!!

-----จบ-----