Full Name : Story of Hybrid Child.
Author : Rayry Writer
Alpha : Alpha 2
Date : 22/03/2017
P.S. : คราวนี้ท่านต้องอ่านให้เข้าใจทุกๆบรรทัดเลยนะเจ้าคะ 555


-----------------------


[“แมธ….ธิว….”]


เสียงเรียกนั่นเป็นของอาลิเซียแน่นอน และก็มีเสียงของมิเชลแซมเข้ามาในโสทประสาทของแมธธิว ทำให้แมธธิว ค่อยๆลืมตาขึ้นมา และมองไปรอบๆ


“แม่?....”


แมธธิวมองคนตรงหน้าตัวเองอย่างไม่ค่อยชัดเพราะไม่ได้ใส่แว่น แต่ก็พอมองออกว่าใครอ่ะนะ ก่อนจะเบนสายตาไปรอบๆอีกครั้ง ….เหมือนเมื่อกี้จะ..มีคนมาทำอะไรรึป่าวนะ?....


“เพื่อน...ฉันนึกว่านายจะนอนเป็นเจ้าชายนิทราซะอีก…”


มิเชลพูดออกมาแสดงถึงความเว่อร์สุดๆ แค่หลับไปทั้งวันเองนะ..รู้สึกว่านะ... หมอนี่เป็นห่วงมากเกินไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย ก่อนที่แมธธิวจะส่งยิ้มไปให้


“เป็นไงบ้างลูก...ยังมึนๆอยู่มั้ย?...”


“ก็...ไม่ค่อยแล้วล่ะครับ…”


แมธธิวตอบพร้อมรอยยิ้มตามฉบับเจ้าตัว และพยักหน้าให้นิดๆ ก่อนที่อาลิเซียจะเดินออกไปเพื่อไปทำงานต่อ เหลือไว้เพียงมิเชลและแมธธิวเท่านั้น


“เป็นไงบ้างเพื่อน?....”


“อืม...ฉันไม่เป็นไร…”


“นายดูไม่ดีเลยนะตอนฉันตื่นมาดูนายก่อนนายตื่น…นาย...ดูไม่ดีเลย จริงๆนะ...ตัวนายเต็มไปด้วยเหงื่อทั้งๆที่อยู่ในห้องที่มีแอร์ นายก็มีไข้ด้วย แล้วยังอาการกระตุกของนายอีก นายยังละเมอหรืออะไรสักอย่างอีกด้วย...ฉัน...ฉัน…”


แมธธิวมองเพื่อนตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนตัวเอง และออกแรงบีบมันเบาๆ คล้ายจะบอกว่าไม่เป็นไร…


“ฉันสบายดี...แค่นอนพักอีกหน่อยก็โอเคแล้ว…”


“.....นายยังจะนอนอีกหรอ?....”


“อืม...ฉันว่า..นะ….Zzz”


พูดยังไม่ทันไรก็หลับต่อไปอีกครั้งจริงๆ โดยที่มือยังเกาะแขน มิเชลไว้ มิเชลเลยค่อยๆ แกะมือของแมธธิวออกและวางมันไว้ข้างๆลำตัวของเจ้าตัว และห่มผ้าให้ ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งที่โซฟาและนอนต่อเหมือนกัน


ตกดึก คืนนั้น


“...แมธธิว เจนซัน…”
เสียงอันคุ้นหูนั้นดังขึ้นอีกครั้งในหัวของแมธธิว และก็ทำให้แมธธิวนั้นลืมตาตื่นได้อย่างเต็มตา และกวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบอะไร เลยค่อยๆยันตัวให้ขึ้นนั่ง ก่อนจะควานหาแว่นตาที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง และหยิบมาใส่ และก็ค่อยๆก้าวขาลงจากเตียง


“........”


“ตามหาฉันสิ แมธธิว….”


“..คุณเป็นใคร?...”


แมธธิวถามออกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก และสัมผัสหนึ่งก็ดึงให้เขาไปที่ประตูกระจกทั้งบานที่เชื่อมกับระเบียงด้านนอก ก่อนที่จะค่อยๆเดินไปหามันอย่างไม่รู้สาเหตุที่มันดึงดูดไป


“คุณต้องการอะไกันแน่?...”


มิเชลตื่นขึ้นมาเพราะประโยคเมื่อกี้ที่แมธธิวพูด และเห็นเพื่อนตัวเองลุกเดินป๋อเลย ก็ตกใจและรีบเด้งตัวจากโซฟาไปจับเพื่อนตัวเองไว้


“โว้วเพื่อน! จะไปไหน?...”


เมื่อแมธธิวถูกมิเชลดึงไว้ ก็ดูเหมืนจะหลุดจากภวังค์มาได้ และหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างงงๆ ก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง และหันมามองหน้าเพื่อนตัวเอง


“ฉัน….ฉันมาทำอะไรที่นี่?...”


“...ห๊ะ?! เพื่อน..นายมารักษาตัวไง!...”


“รักษาตัว?....”


“อือ! ก็ใช่อ่ะสิ…”


แมธธิวกระพริบตาถี่เหมือนพลาดอะไรไปบางอย่าง ก่อนจะมองไปทางป่าที่อยู่ทางข้างหน้าของเขาพอดี แล้วทำหน้าเหมือนกำลังคิดว่าตัวเองจะทำอะไร


“...ทำไมฉันจำไม่ได้?....”

“...เพราะว่านี่เป็นเพียงความฝัน...แมธธิว…”


“ห๊ะ?.....”


และภาพตรงหน้าก็เหมือนโดนดูดไป เหลือเพียงตัวเขาคนเดียวที่ยืนอยู่กลางความมืดที่แทบมองอะไรไม่เห็น และไม่นานแสงวาบๆสีขาวก็โพล่ขึ้นมาแยงตาแมธธิวจนต้องหลับตาลง และพอลืมตาขึ้นมา ตัวแมธธิวเองก็อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ไหนสักแห่งในป่า แมธธิวมองไปรอบๆอย่างกังวล ก่อนจะมองไปที่บ้านหลังนั้น


ซ่าาาาาา


และอยู่ดีๆฝนก็เทลงมาซะได้ ทำให้แมธธิววิ่งเข้าไปหลบที่ชายหลังคาบ้านหลังนั้นอย่างเลือกไม่ได้ ยังดีกว่าที่ยืนเปียกฝนแล้วกันนะ


“.........”


แมธธิวหายใจแรงขึ้น และ ค่อยๆก้าวเข้าไปหาประตูบ้านหลังนั้นอย่างช้าๆ ก่อนจะมาอยู่ที่หน้าประตูบ้านหลังนั้น และก็มองชั่งใจอยู่แปปนึงก่อนจะตัดสินใจเปิดเข้าไป


แอ๊ดดดด


เสียงประตูบ่งบอกความเก่าของบ้านหลังนี้ ก่อนที่แมธธิวจะเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ และก็เข้ามาข้างในจนได้ ก่อนจะมองไปรอบๆบ้านอย่างสำรวจ และค่อยๆเดินเข้าไปในบ้านทีละนิดอย่างระวังตัว


จนเดินมาถึงโซนที่น่าจะเป็นห้องทานอาหารไม่ก็ห้องรวมตัวห้องนั่งเล่นประมาณนั้น แมธธิว ค่อยๆเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนพบกับเชิงเทียน เทียน และไม้ขีดไฟ แมธธิวเลยรีบจุด เพื่อให้ห้องนี้ได้สว่างขึ้นมานิดหน่อยก็ยังดี


พอได้แสงไฟจากเทียนนั่นก็เห็นอะไรๆชัดขึ้น ทั้งรูปแบบห้องที่ดูจะออกแบบมาอย่างดี และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆด้วย และสายตาแมธธิวก็ไปสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างตรงบันได  มันคือห้องๆหนึ่ง คล้ายห้องใต้บันได แมธธิวเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ และค่อยๆเอื้อมมือไปจับลูกบิดนั่นแหละค่อยๆหมุนมัน และเตรียมจะเปิดมันออก…


เปรี้ยง!!


“อ๊า!!”


แต่เสียงฟ้าผ่านั้นดันเกิดขึ้นมาก่อน มันดังมาก ดังมากๆจนแมธธิวแสบหูเลยล่ะ สงสัยว่าคงจะมาผ่าใกล้ๆแน่เลย


“...มาทำอะไรไอ้หนู…”


“อ๊ะ!!... อ๊าา!! อย่าทำอะไรผมนะ!!”


เมื่อเสียงนึงดังขึ้น แมธธิวก็เลยเงยหน้าไปมอง ก็เจอกับคนคนนึงที่ยืนเหนือตัวเองด้วยใบหน้าที่เหมือนจะเป็นแผลเกือบครึ่งหน้า แต่แมธธิวเห็นด้านที่เป็นแผลเลยตกใจและฟ้าก็เปรี้ยงลงมาทำให้เกิดแสงนิดๆทำให้กลัวและตกใจเข้าไปใหญ่เลย และเทียนก็ล่วงและดับไป จนตอนนี้มืดสนิทเลยทีเดียว ชายคนนั้นก็ค่อยๆนั่งยองๆลงข้างๆแมธธิว และจ้องแมธธิวไม่วางตา


“อย่าทำอะไรผมเลยนะ...อย่าทำอะไรผมเลยนะ…”


“...ไม่ต้องกลัว...ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกนะ…”


ประโยคเมื่อกี้มันคุ้นๆนะ.. แมธธิวค่อยๆเงยหน้ามองอีกคนอย่างกลัวๆ ก่อนจะหลบหน้าซุกเข่าลงไปใหม่ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะขยับหนี ชายคนนั้นเลยจับที่ท้ายทอยของแมธธิว และกระชากให้แมธธิวเงยหน้าขึ้นมา แต่แมธธิวก็หลับตาหนีอยู่ดี..


“ลืมตาซะ แมธธิว…”


“.......”


“ลืมตาซะ แมธธิว...ก่อนที่ฉันจะพลั้งมือทำร้ายเธอ…”


แมธธิวก็หลับตาแน่นเหมือนเดิม เหมือนไม่รับรู้อะไร มืออีกนึงก็จับแขนของชายตรงหน้าไว้เหมือนเป็นหลักที่พิง อีกมือก็ดันอีกคนไว้


“อย่าบังคับให้ฉันต้องทำร้ายเธอนะ….”


และคราวนี้แมธธิวยอมเขาคนนนั้นแต่โดยดี ด้วยความที่ไม่อยากโดนทำร้ายตามที่อีกคนบอก ก็เลยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและพยายามไม่มองคนตรงหน้าโดยเสตาไปทางอื่น


“อย่าหลบตาฉัน...มองฉันแมธธิว….”


“...ไม่….”


เสียงของแมธธิวสั่นเครือด้วยความกลัวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาคนนั้นได้คำตอบจากปากของแมธธิวก็ใช้มืออีกข้างเข้ามาบีบคอด้านหน้าของแมธธิวอย่างไม่ยั้งแรง


“อั่ก! แค่กๆ...แค่กๆ…”


“ฉันบอกให้มองตาฉัน…”


แมธธิวที่โดนบีบคอก็ไม่ยอมทำตามง่ายๆ ก่อนจะพยายามดิ้นเพื่อให้พ้นจากการพันธนาการ มือทั้งสองข้างของตนย้ายมาพยายามเอามืออีกคนออกแทน แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผลอะไรสักเท่าไหร่


“มองตาฉันสิ! แมธธิว!!”


เขาแผดเสียงใส่แมธธิว ซึ่งมันดังกว่าฟ้าผ่าเมื่อกี้นี้อีก ทำให้แมธธิวเจ็บหูจนมีเลือดไหลออกมาเป็นทางเลยทีเดียว และแมธธิวก็พยายามที่จะดิ้นเพื่อออกจากการจับกุมของอีกคน


“....ไ-...ม่…”


“แมธธิว!!”


“แมธธิว!! แมธธิว! แมธธิว!!!”


ทั้งมิเชลและอาลีเซียต่างก็พยายามปลุกให้แมธธิวตื่น แต่มันก็ไม่เป็นผล และแมธธิวที่กำลังใช้มือบีบคอตัวเองอีกต่างหาก ทั้งมิเชลและอาลีเซียต่างช่วยกันมือเป็นระวิง แต่แมธธิวก็ไม่มีทีท่าที่จะตื่นเลย แถมเลือดก็ไหลออกมาจากหูด้วยนี่สิ


“มิเชล...ช่วยหน่อย…”


“ครับ?...”


“ตบหน้าเขาที เอาแรงๆไปเลยนะ…”


มิเชลอ้าปากค้างกับการขอของอาลิเซียที่ดูเหลือเชื่อมาก แต่ก็จัดให้ตามที่ขอ


“โทษทีนะเพื่อน…”


เพี๊ยะ!!


“ไม่!!!!!”


และก็ได้ผล แมธธิวตื่นขึ้นมา แต่ก็เริ่มดิ้นทันทีที่ตื่นขึ้นมา ทำให้อาลิเซียต้องรีบเข้ามากอดและกดเขาไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเองหรือดิ้นหนีแรงจนไปกระแทกกับอะไร และเป็นการปลอบไปในตัวด้วย


“ชู่วๆ ไม่เป็นไรแมธธิว ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้วๆ…”


“ฮืออ ไม่ๆ!! อย่าทำร้ายผม….ฮือออ….”


แมธธิวซบลงไปกับอกของอาลิเซีย และก็สะอื้นอยู่แบบนั้นเป็นเวลานานกว่าจะสงบลง และพล็อยหลับไปอีกครั้ง มิเชลเลยถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“เธอไปพักก่อนก็ได้นะ...วันนี้ฉันเข้าดึกอยู่แล้ว ฉันอยู่ดูแลเขาได้…”


“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ผมโทรบอกให้พ่อเอาเสื้อผ้ามาให้ผมเปลี่ยนแล้วล่ะครับ...พรุ่งนี้ผมค่อยไป…”


“อืม...ก็ได้...ฝากด้วยนะ…”


“ครับ…”


พอรับปากกับอาลิเซียแล้ว ก็เดินกลับเข้ามาในห้องต่อ และมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง และนั่งมองเพื่อนตัวเองที่นอนหลับไปอีกครั้ง ก่อนจะลุกไปเปิดทีวีดูไปพลาง เพราะเมื่อกลางวันนอนมาพอละ คงต้องอยู่เฝ้าตอนดึกบ้างแล้วล่ะ…


“....มิเชล….”


แมธธิวค่อยๆเผยปากเรียกเพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่มิเชลจะหันมา และลุกขึ้นเปิดไฟที่หัวเตียงให้สว่างขึ้นนิดหน่อย


“เป็นไงเพื่อน ฉันทำนายตื่นหรอ?...”


“ป่าว...แค่รู้สึกมึนๆ...อยากได้น้ำ….”


เมื่อแมธธิวพูดแบบนั้นมิเชลก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะข้างเตียงและจัดการรินน้ำใส่แก้ว พร้อมหลอดก่อนจะเอามาให้แมธธิวดื่ม…


“นี่….”


ยื่นแก้วน้ำไปให้พร้อมจับหลอดเพื่อให้เพื่อนตัวเองดูดน้ำได้สะดวก แมธธิวโน้มหน้าขึ้นมานิดหน่อยและดูดน้ำไปเกือบหมดแก้ว


“เป็นไง?....”


“....อืม….เหมือนฉันจะฝัน….บางอย่างนะ….”


“อืม...ฉันก็คิดว่างั้น…”


แมธธิวมองไปทางมิเชลอย่างสงสัย ก่อนจะหลับตาพริ้มไปและลืมตาขึ้นมาใหม่… แต่มิเชลก็เห็นบางอย่างในตาของแมธธิวชั่วพริบตานึง...ตาแมธธิวเหมือนจะ…


“นายใส่คอนแทกหรอ?...”


“....ป่าวนี่….ทำไม?...”


“ทำไมตานายมันวาวๆล่ะ เมื่อกี้...เหมือนมีอะไรคลุมตานายอยู่ก็ไม่รู้…”


แมธธิวค่อยๆเลื่อนมือมาจับรอบตาตัวเอง มิเชลทึ่เห็นแบบนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในตาเพื่อนตัวเองมันมีอะไรอยู่


“...ฉันขอดูหน่อยได้ม่ะ?....”


แมธธิวเอามือออกเหมือนเป็นคำตอบ ก่อนที่มิเชลจะเดินไปเปิดไฟของห้อง และกลับมายืนข้างเตียง


“ลองหลับตาแล้วลืมตามาใหม่อีกที..”


แมธธิวทำตามอย่างว่าง่าย หลับตาลงไป และค่อยๆลืมขึ้นมา จังหวะที่แมธธิวลืมตาขึ้นมา มิเชลก็เอาไฟฉายขนาดเล็กที่พกติดตัวขึ้นมาส่อง ก่อนที่จะเห็นอะไรบางอย่างในดวงตาเพื่อนตัวเอง...มันเหมือนเป็น..เยื่อใสๆขุ่นๆคลอบอยู่ เหมือนมันกำลังเคลื่อนที่อยู่ในดวงตาของแมธธิวด้วย แต่พอลืมตาได้สักแปปก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ


“...ฉันว่าน่าจะพานายไปตรวจตาสักหน่อยแล้วล่ะ….”


“...ทำไม?....”


“ดวงตานาย...มันมีอะไรไม่รู้ขุ่นๆมัวๆคลอบตานายอยู่.. ทั้งสองข้างเลย..”


“ทำไมฉันไม่รู้สึกถึงอะไรเลย…?”


มิเชลหันมามองเพื่อนตัวเองที่นอนอยู่บนเตียงอย่างตกใจ ก่อนจะเดินไปที่กระเป๋าของตัวเองและเอาโน้ตบุ๊คออกมาพร้อมเสิร์ชหาข้อมูลบางอย่าง


“นั่นนายจะทำอะไร?...”


มิเชลไม่ได้ตอบแมธธิว แต่ค้นหาข้อมูลต่อไป จนเจอบางสิ่งบางอย่างที่เขากำลังตามหา ก่อนจะมองไปที่เพื่อนตัวเองอีกครั้ง


“แมธธิว...ฉันมีเรื่องอยากจะถามนายสักหน่อย…”


“อืม….”


“นายรู้สึกไม่สบายตรงไหนมั้ย?...ตอบตามตรง…โดยเฉพาะตรงหัวนาย...”


“.....ก็...ไม่ตรงไหนเป็นพิเศษนะ…”


พอได้คำตอบก็ก้มลงไปที่โน้ตบุค และ เงยหน้าขึ้นมาใหม่ ก่อนจะเดินมาหาแมธธิว และชกหน้าไปทีนึงเบาๆ


“โอ้ย-!! ทำอะไรมิเชล!!??”


“นายรู้สึกโกรธฉันมั้ย?....”


“โกรธสิ! มาต่อยฉันทำไม?!”


“แล้วถ้าอย่างงี้ล่ะ…”


ปั่ก!


และมิเชลก็ชกไปที่แมธธิวอีกที แต่คราวนี้ใส่แรงเข้าไปอีก ทำให้แมธธิวหน้าหันไปตามทางที่ชกมาเลยทีเดียว ก่อนที่แมธธิวจะขมวดคิ้วและร่างกายเริ่มสั่น และหายใจแรงและดังขึ้น และตาก็ค่อยๆเปลี่ยนสี เมื่อมิเชลเห็นแบบนั้นเลยหาของมาไว้ต่อหน้าแมธธิวเพื่อรอปฏิกิริยา เขาเอากระเป๋าตัวเองมาวางไว้ และเมื่อแมธธิวเห็นกระเป๋าของมิเชลก็จับและขว้างมันออกไปไกลๆตัวอย่างแรงทันที มิเชลตกใจนิดๆ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางสายตามาที่แมธธิวที่ดูจะโกรธอยู่ไม่น้อย และลอบกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่


“โอเค แมธธิว ฉันขอโทษ….”


“........”


เมื่อแมธธิวได้ยินแบบนั้นก็เหมือนหลุดจากภวังค์ และสะบัดหัวนิดๆเพื่อไล่ความมึนนี้ออกไป ก่อนจะเพ่งมองไปที่เพื่อนตัวเอง…


“นายเห็นฉันชัดขึ้นใช่มั้ย?....”


“ไม่ใช่แค่ชัดขึ้น….แต่ฉันเห็นชัดมากเหมือนใส่แว่นเลย…”


พูดพลางจับบริเวณดวงตาก็พบว่าไม่มีแว่นตาอยู่บนหน้าของเขา ก่อนจะมองไปที่เพื่อนตัวเอง มิเชลก็พยักหน้ารับนิดๆ แมธธิวก็ยิ่งงงว่าทำไม...หรือว่าเราใส่คอนแทกจริงๆ? ไม่น่าหรอกน่า….


“แล้ว...นายได้กลิ่นอะไรบ้างมั้ย?...ตอนนี้…”


มิเชลพูดออกมาหลังจากกลับไปดูบางอย่างในโน้ตบุ๊คตัวเอง และก็พิมพ์บางอย่างลงไป


“.....กลิ่นยา…...ป่า…..ดิน…….แล้วก็….กลิ่นของนาย….”


มิเชลเงยหน้าขึ้นมามองทันที ก่อนจะดมๆตัวตัวเอง ก่อนจะมองแมธธิว และเดินไปหา แล้วก็เอาอะไรบางอย่างที่อยู่ในโน้ตบุ๊คให้แมธธิวดู


“..นี่คือ...สิ่งที่ฉันทดสอบนายไปเมื่อกี้…..”


“....มันคือ?....”


“......”


มิเชลไม่ตอบแต่มองไปที่โน้ตบุ๊คตัวเองที่อยู่บนตักของแมธธิว และมองอย่างเครียดๆ ก่อนจะเดินไปปิดไฟห้องและหรี่ไฟหัวเตียงลง


“นายจะปิดไฟทำไม?...ฉันอ่านไม่ได้นะ…”


“นายลองก่อนเถอะน่า….”


แมธธิวทำตามที่มิเชลบอก ปรากฏว่าอ่านได้อย่างไม่แสบตาหรืออะไรเลย จนจบ เมื่ออ่านจบก็เงยหน้าไปมองเพื่อนตัวเองอย่างงงๆ มิเชลทำเพียงพยักหน้าให้


“นั่นแหละ...ที่ฉันจะบอกคือ….”


“บอกเรื่อง?....”


“ฉันคิดว่า….นายน่าจะเป็น…. ‘ไฮบริด’ ….”


“ห๊ะ?...”


แมธธิวงงกับคำพูดนั้นอย่างเต็มเปา อะไร? นี่ตัวเขาเป็นอะไร? ไม่สิ..ต้องถามว่า มิเชลพูดอะไรอยู่มากกว่า มาหาว่าตัวเองเป็นตัวอะไรบางอย่าง


“เฮ้เพื่อน! นายต้องเชื่อฉัน! นายก็รู้ว่าฉันหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากแค่ไหน จะมีหรอที่ฉันจะดูพลาด!? คำตอบคือ ไม่มีทาง!...”


“แล้วนายจะรู้ได้อย่างไง?! นายแค่ทดสอบฉันแค่นี้น่ะหรอ?...”


“งั้นนายช่วยอธิบายเรื่องที่นายฝันร้าย เรื่องที่นายมองฉันชัดขึ้นโดยไม่มีแว่น ทั้งๆที่เป็นไปไม่ได้เพราะสายตานายสั้น400 แล้วเรื่องที่นายได้กลิ่นนั่นอีก...”


“.........”


แมธธิวถึงกับเงียบทันทีที่มิเชลพูดแบบนั้น ก่อนที่จะเอาโน้ตบุ๊คคืนมิเชลไป แล้วนั่งก้มหน้ามองมือตัวเองเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าไปหามิเชล


“แล้วมันมีทางรักษามั้ย?....”


“เรื่องนั้น..ไม่มีใครรู้...มันขึ้นอยู่กับ….”


“อยู่กับอะไร?....”


“เจตนารมณ์ของคนที่...เปลี่ยนนาย….”


“คนที่เปลี่ยนฉัน?....”


มิเชลพยักหน้ารับนิดๆ แมธธิวทำหน้าแบบหมดหวังมาก เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเปลี่ยนเขานี่...นึกไม่ออกเลย แล้วจะให้ตามหาที่ไหน เป็นใครก็ไม่รู้…. มิเชลที่เห็นว่าแมธธิวกำลังเครียดก็ ค่อยๆลดที่กั้นเตียงลง และขึ้นไปนั่งบนเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปตบบ่าของแมธธิวและบีบมันเบาๆ


“มันต้องมีทางออกเพื่อน…”


“อย่างไง?...ตอนนี้ฉัน....ฉันเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้เนี่ยนะ?...”


“อย่างน้อยก็รู้อยู่อย่าง…..”


“.................”


“นายเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉัน...ฉันจะช่วยนายทุกวีถีทางเพราะงั้น…”


มิเชลพูดพลางค่อยๆขยับไปใกล้ๆแมธธิว และโน้มตัวไปกอดเพื่อนตัวเองอย่างให้กำลังใจ แมธธิวก็กอดตอบไป…..


เช้าวันต่อมา


“ลูกแน่ใจนะว่าจะไปเรียนน่ะ?...”


“ครับ...ผมไม่เป็นไร…”


แมธธิวหันไปตอบอาลิเซียในขณะที่เตรียมของที่เขาวานให้อาลิเซียไปเอามาให้ใส่กระเป๋าเตรียมไปเรียน ทางด้านมิเชลก็เหมือนกัน


“ผมจะดูเองครับ อาลิเซีย…”


“อืม..เรื่องนั้นก็รู้อยู่หรอกนะ...แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้นี่…”


“ผมไม่เป็นไรครับแม่…”


แมธธิวก็พยายามที่จะพูดเกลี้ยกล่อมให้อาลิเซียใจเย็น และปล่อยเขาไปเรียนอย่างสุดความสามารถ โดยมีมิเชลคอยสนับสนุนให้บางช่วง


“งั้นถ้า...รู้สึกไม่สบายอย่างไงโทรหาแม่นะ...ฝากด้วยนะ มิเชล…”


“ครับ/ครับผม!”


และทั้งคู่ก็เดินออกมาจากห้องพักของแมธธิว พอแมธธิวเดินออกมาเท่านั้นแหละ จู่ๆเจ้าตัวก็ได้ยินอะไรบางอย่างมาจากทุกทิศทุกทาง เลยหันไปทั่ว จนทำให้มิเชลต้องสะกิด


“นี่...เป็นอะไรมั้ย?...”


“ฉัน...ได้ยินเสียง…”


“อาฮะ...ความสามารถด้านการได้ยินสินะ….”


“คืออะไร?...”


“ก็...เราไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่กัดนายเป็นอะไรบ้าง เลยไม่สามารถสรุปได้ว่านายเป็นอะไรกันแน่ แต่เรื่องสัมผัสด้านต่างๆจะมีความสามารถที่เหมือนกับประเภทของคนที่กัดนาย...หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นการได้ยิน…”


“เดี๋ยวนะ...นายบอกว่าไม่รู้ว่า เป็นอะไร ‘บ้าง’ หรอ?....หมายความว่ามีหลายชนิดที่มากัดฉันรึไง?...”


“ใช่...ถูกต้อง….”


แมธธิวทำหน้าแบบ จะตายแล้วว ก่อนจะเดินออกจากหน้าห้องไปที่ทางออกพร้อมกับมิเชล


วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากๆวันนึง เพราะไม่มีเมฆบังฟ้า แถมแดดยังสาดส่องลงมาได้ทั่วถึงทุกอณูของพื้นดินอีกต่างหาก


“......อ๊ะ…….”


“เป็นอะไรเพื่อน?.....”


มิเชลหันไปถามแมธธิวที่หยุดเดินไปกระทันหัน ก่อนจะเดินกลับไปหา เพื่อดูอาการ ปรากฏว่าใบหน้าของแมธธิว และหลังมือที่บังตาจากแสงอยู่ เหมือนจะไหม้นิดๆด้วย มิเชลที่เห็นแบบนั้น ก็รีบควานๆหาของในกระเป๋าตัวเองทันที แมธธิวที่เห็นแบบนั้นก็งสัยกับการกระทำของมิเชล ก่อนที่มิเชลจะเอาหมวกออกมาและยื่นให้แมธธิว


“ให้ฉันทำไม?....”


“ใส่ไปเถอะน่า...หน้านายแดงมาก แล้วที่มือนายน่ะ….”


แมธธิวใส่หมวกตามที่มิเชลบอก ก่อนจะดูมือตัวเอง ก็เห็นว่ามันไหม้จนจะลอกออกมา เลยเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อทันที เมื่อมิเชลเห็นแบบนั้น ก็รีบวิ่งไปที่รถตัวเองและขับมาจอดด้านหน้าและเรียกแมธธิวขึ้นรถไปโรงเรียน


ณ โรงเรียน - ทางเดินตรงล็อคเกอร์


“นี่มันเรื่องบ้าอะไร? ทำไมผิวฉันต้องไหม้ตอนเจอแดดด้วย? แล้วมือของฉันที่มันไหม้จนจะลอกออกมานั่นอีก?”


“เพื่อน เพื่อน...ใจเย็นไว้ก่อนนะ…เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้….แต่ขอถามนายก่อน…”


“ว่า….”


“เมื่อคืน...นายตื่นมานายเห็นใครบ้างมั้ย?...”


“เมื่อคืน…..”


“ใช่….เพราะว่า...ดูนี่….”


มิเชลยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้แมธธิวดู มันเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพักของแมธธิว และภายนอกของห้องพักแมธธิว


“นี่ใคร?...”


“นั่นแหละเพื่อนที่เป็นปัญหา...นายไม่รู้จัก?...”


“........”


“หมอนี่…”


.


.


.


“นายว่าเขาเป็นคนที่กัดฉันหรอ?!”


“ตอนนี้สันนิษฐานว่าอย่างนั้น...แต่เรื่องจริงมั้ยก็อีกเรื่อง…”


“แล้วเราจะตามหาเขาได้ที่ไหน?!....”


“ฉันขอพ่อให้จัดการไปแล้ว...แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย…”


“...แล้วเราจะได้อะไรจากเขา?...”


“เพื่อน! หมอนั่นเป็นคนเดียวที่เข้ามาในห้อง! ตอนที่นายกำลังนอนอยู่ แล้วฉันก็ตื่นมาเห็นหมอนี่เหมือนกัน แต่ฉันจำไม่ค่อยได้! และจากภาพวงจรปิดก็ไม่มีใครที่เข้าออกห้องของนายอีก! นอกจากหมอนี่!!”


มิเชลอธิบายสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวเองออกไปจนหมด ก่อนจะมองหน้าแมธธิวที่ทำหน้าหมดหวังอีกครั้ง และดูกำลังสับสนมากด้วย…


“นายต้องเข้าใจ...ตอนนี้เราไม่รู้ว่านายถูกอะไรกัด...หมอนั่นเป็นอะไรก็ไม่รู้...เพราะงั้นเราต้องค่อยเป็นค่อยไป…”


“แล้วฉันจะปลอดภัยจากพวกนั้นหรอ?....”


“....จากที่ฉันเคยอ่าน ศึกษาตำราต่างๆมา...ถ้านายถูก...มนุษย์หมาป่าที่คนกัด เป็น อัลฟ่า นายจะรอด เพราะเขาจะเอานายเข้า..ฝูง…. แต่ถ้านายถูกคนที่เป็นอัลฟ่าแต่เป็นไฮบริด...อันนี้ไม่รับรอง…”


“ฉันจะโอเคใช่มั้ย?....”


“นายจะโอเค เพื่อน….”


มิเชลตบบ่าแมธธิวไปเบาๆ ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องเรียน และนั่งต่อหลังกันเพื่อที่จะดูแลกันให้ได้ทั่วถึง พอใกล้เวลาที่จะเข้าเรียนได้ไม่นาน เด็กนักเรียนก็เข้ามารอเกือบเต็มห้องแล้ว


กริ๊งงงงงงงงง


“โอ้ย!!”


“แมธธิว…”


มิเชลเอนตัวไปดูเพื่อนตัวเองที่จู่ๆก็ฟุบลงไปกับโต๊ะพร้อมกับมือที่ปิดหูไว้ พอสัญญาณกริ่งจบลง แมธธิวจึงเอามือออกและมองไปที่มิเชลเป็นเชิงว่า ไม่เป็นไร ก่อนที่มิเชลจะพยักหน้ารับ และกลับไปนั่งที่ เพราะอาจารย์เข้าห้องแล้ว…


[“ผมไม่เป็นไรครับ...ผมอยู่ได้...ครับ….”]


และไม่นานแมธธิวก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง เขาเลยเงยหน้าขึ้นมาและมองไปรอบๆ อย่างสังเกตุและพิจารณา ก่อนจะไปสะดุดที่ใครคนนึงที่กำลังคุยโทรศัพท์นอกห้อง แมธธิวมองไปที่คนนั้นผ่านกระจกใส


[“ผมคิดว่าน่าจะเอามาหมดแล้วนะครับ….อ๋าาา ให้ตายสิครับ...เอามาหมดแล้ว ยกเว้นสมุดจดเลคเชอร์น่ะครับ….ครับ….ผมวางแล้วนะ…”]


[“รอนานมั้ย?....”]


[“ไม่ครับอาจารย์…”]


[“เข้าห้องเรียนกันดีกว่านะ…”]


เมื่อแมธธิวได้ยินแบบนั้นก็สะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะหันกลับเข้ามาในห้อง และไม่นาน คนคนนั้นที่แมธธิวเพิ่งฟังการสนทนาไปก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมอาจารย์ของฝ่ายวิชาการ


“นี่เพื่อนใหม่นะ...เพิ่งย้ายมาจากลอนดอนเมื่อวาน ฝากด้วยนะ….”

“โนอาห์….”

“เจนซัน…”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ…”


เมื่อแมธธิวกับมิเชลได้ยินแบบนั้นก็หันมามองกันทันทีแบบอัตโนมัติ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนคนใหม่ ที่ชื่อว่า ‘โนอาห์’ ที่กำลังอมยิ้มน้อยให้ทุกคนในห้อง…

------------------------

END Chapter 2