Full Name : Story of Hybrid child.
Author : Rayry Writer
Chapter : Alpha 5
Date : 12/04/2017
P. S. : กลับมาแล้วจร้าาา
---------------------------
- ความเดิมตอนที่แล้ว -
“เขาเป็นนักเรียนโรงเรียนเรา?!”
.
“ฉันเจอเขาเมื่อวานนะ….ที่อพาร์ทเมนท์น่ะ…”
.
“..ฉันชื่อ หลุยส์ ...หลุยส์ แฮนซัน….”
.
“...คิดดูดีๆนะ….ถ้าเธอไม่ร่วมมือด้วย...พ่อหนุ่มคนนั้น...ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยแน่….”
.
หน้าของทั้งสองคน...อยู่ใกล้กัน….ใกล้กันจน………...ริมฝีปาก……...….กระทบกันเบาๆ…
.
“นี่!...ปล่อยผมนะ!”
“...จะหยุดได้รึยัง?...”
“นายนั่นแหละที่ต้องหยุด….”
“...แมธธิว!....”
[ “ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!” ]
-------------------------------------
HYBRID ALPHA 5
-------------------------------------
“ปล่อยเขาซะ…”
“ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอบอกด้วย?...”
“ฉันจะพูดอีกครั้งเดียว...ปล่อยเขา!”
หลุยส์แสะยิ้มออกมา ก่อนที่จะเหวี่ยงโนอาห์ไปหาแมธธิวอย่างแรง แต่แมธธิวก็รับโนอาห์ไว้อย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะมองไปที่หลุยส์ ที่ตอนนี้กำลังแสยะยิ้มและมองมาที่พวกเขาทั้งคู่
“..หึ...พวกนายเนี่ยน่าสนใจดีนะ….(อ๊ะ)..”
หลุยส์พูดเชิงเยาะเย้ยได้แปปเดียว แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีที่เห็นบางอย่างตรงหน้า แมธธิวที่ดูจะโกรธจัดเป็นอย่างมากจนสีของตานั้นกลายเป็นสีส้มเพลิง ซึ่งเป็นขั้นที่หลุยส์ยังไม่สามารถเรียกสีตานั้นออกมาได้ และสิ่งที่หลุยส์เห็นจนต้องทำให้ผงะนั่นก็คือ
“...(พันธุ์ทาง?)..”
“จิ้งจอกขาว..พันธุ์ทาง?..ไม่สิ...พันธุ์แท้งั้นหรอ...”
หลุยส์พูดออกมาทันทีหลังจากที่เห็นเหมือนกลุ่มควันคล้ายจิ้งจอกที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้วิ่งเข้ามาปกป้องตัวของโนอาห์ แมธธิวและโนอาห์หันหน้ามองกันทันทีที่หลุยส์พูดแบบนั้น
“แมธธิว!! โนอาห์!!”
แมธธิวและโนอาห์หันไปตามเสียงเรียก ก็พบกับมิเชลที่วิ่งตามมา และในจังหวะนี้เองหลุยส์ก็หนีไปจากตรงนั้นทันที แมธธิวหันกลับไปก็ไม่เจอซะแล้ว
“เป็นอะไรมั้ยเพื่อน?...”
“ฉันโอเค ฝากนายดูโนอาห์ด้วย ฉันจะตามหมอนั่นไป…”
และแมธธิวก็ส่งตัวโนอาห์ให้กับมิเชลในทันทีโดยที่ยังไม่ได้คำตอบจากทั้งสองคน มิเชลก็รับตัวโนอาห์มาอย่างงงๆ โนอาห์คงจะเป็นคนที่น่าจะเป็นไก่ตาแตกมากที่สุดแล้วล่ะมั้ง
“นี่มันเรื่องอะไรมิเชล?...”
“...เอ่อ...นายรีบเข้าห้องเรียนไปดีกว่านะ…”
ด้านแมธธิว
[“หายไปไหนแล้วเนี่ย…”]
แมธธิวที่วิ่งมาตามสัญชาตญาณของตัวเองก็หยุดวิ่งตรงสวนหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีใครได้เข้ามาสักเท่าไหร่ เพราะมันอันตรายทั้งสัตว์มีพิษและกับดักสัตว์ป่า…
ฟึ่บ!! โครมม!!
“อ๊าก!!”
แมธธิวที่ยืนอยู่ดีๆ ก็กลิ้งไปชนกับของทำสวนที่ตั้งอยู่อย่างจังและแรงมาก พอแมธธิวกระเด็นไปหลุยส์ก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่บ่งบอกความไม่พอใจอย่างมาก
“เธอเอามันมาได้ยังไง….”
“อั่ก!.....เอาอะไร?.....”
หลุยส์วาร์ปเข้าไปหาแมธธิวที่นอนจมกองอุปกรณ์สวนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะจับตรงบริเวณคอของแมธธิวและออกแรงบีบมันก่อนที่จะยกขึ้นมาอย่างสบายๆ
“ก็จิ้งจอกตัวนั้นไง! เธอกลบกลิ่นมันได้ยังไง?!”
“แกพูดเรื่องอะไร!! จิ้งจอกตัวไหนฉันไม่รู้เรื่องเว้ย!!”
“แมธธิว!!”
หลุยส์ตะคอกออกมาอย่างดังในโสตประสาทของแมธธิว จนทำให้แมธธิวต้องดิ้นเพื่อให้หลุดจากการพันธนาการของอีกคน
“ปล่อย-!! -ฉัน!!”
และสีตาแมธธิวก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง ก่อนที่พวกเขี้ยวและเล็บจะงอกออกมาและเตรียมจู่โจมอีกคน แต่หลุยส์ก็ออกแรงบีบคอของแมธธิวแรงขึ้นจนแมธธิวเริ่มหยุดดิ้น
แต่ในจังหวะที่หลุยส์ค่อยๆยกแมธธิวขึ้นนั้น แสงแดดก็ส่องลงมายังดวงตาของหลุยส์อย่างจัง! ทำให้หลุยส์ต้องปล่อยแมธธิวลงอย่างทันที
“อ๊าากกก!! ตาฉัน!!”
“อ๊าาา!!”
ทั้งหลุยส์และแมธธิวต่างก็ร้องโอดครวญออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนตัวของพวกเขา จนทำให้ผิวตรงที่โดนแดดนั้นเริ่มไหม้และเริ่มหลุดลอกออกมา
“อ๊ากกกก!!!”
และแมธธิวก็โดนกับดักสัตว์อีกต่างหาก แล้วเสียงร้องของพวกเขาทั้งสองนั้นเป็นตัวต้นเหตุของการที่จะพาสัตว์ตัวอื่นบนภูเขาลงมาด้วยนี่สิ! ….และมันก็เป็นไปตามคาด เริ่มมีเสียงฝีเท้าไกลๆมาจากทางภูเขา..
“แมธธิว!!”
“มิเชล!..หลบไป!..พวกสัตว์ป่า…”
มิเชลที่วิ่งตามเสียงร้องของแมธธิวมา จนมาเจอกับเพื่อนตัวเองและอีกคนที่เขาเพิ่งเจอเมื่อกี้ กำลังนอนกลิ้งไปมาและดูท่าจะทรมานมาก เลยเข้าไปช่วยเพื่อนตัวเอง โดยที่ไม่สนใจคำเตือนนั้นของแมธธิว
“ฉันบอกให้นายหลบไป! พวกสัตว์ป่ามันกำลังลงมาที่นี่นะ…”
“จะให้ฉันทิ้งนาย?...ไม่มีทางอ่ะ….”
“อ๊ากก! ...ละ...แล้วโนอาห์..?..”
“หมอนั่นเข้าห้องเรียนไปแล้ว คงจะกลัวน่าดูเลย ตัวหมอนั่นสั่นไม่หยุดเลยตลอดทางที่พาไปห้องประวัติศาสตร์ แถมยังพูดภาษาที่ฉันฟังไม่รู้เรื่องออกมาด้วย…”
“ห๊ะ?...อั่ก!”
“อ่ะเพื่อนเสร็จแล้ว..”
มิเชลทำการแก้กับดักสัตว์ออก และเดินไปกดกริ่งแจ้งเตือนอันตรายของสัตว์ป่าจนมันดังไปทั่วโรงเรียน ซึ่งนั่นทำให้แมธธิวและหลุยส์ทรมานเข้าไปใหญ่ เพราะระดับเสียงที่พวกเขาได้ยินมันดังเหมือนทิ้งระเบิดลงมาใกล้ๆเลยล่ะ... ก่อนที่มิเชลจะค่อยๆพยุงเพื่อนตัวเองที่ไซต์ต่างกันออกมาจากตรงนั้นอย่างยากลำบาก
ด้วยความที่แมธธิวเป็นคนที่ตัวใหญ่แถมยังมีแผลถึงสองอย่าง! คงทำให้ขยับตัวได้ไม่มากนัก ยิ่งทำให้มิเชลลำบากเข้าไปใหญ่ พอถึงเวลาที่มิเชลเอาแมธธิวไม่ไหวจริง ก็ทำท่าจะล้มลงไปแต่ว่า…
“เซฟ!!”
“....!!! จัสติน?!”
“พวกแกมาทำอะไรกันที่นี่ตอนนี้ว่ะเนี่ย?! มันมีสัตว์ป่านะเว้ย!”
และจัสตินก็พยุงแมธธิวไปแทนมิเชล มิเชลที่เห็นแบบนั้นก็มองตามตาค้างไปเลย ก่อนที่จะตั้งสติและลุกตามไป แต่ก่อนที่จะวิ่งตามไปก็หันกลับไปมองที่สวนอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบกับร่างที่นอนอยู่กับแมธธิวก่อนหน้านั้น มิเชลที่เห็นแบบนั้นก็รีบหันหลังกลับไปทันที…
“หวา!!!”
“....ช่วยไปด้วยกันหน่อยสิ...มิเชล เบอร์นาร์ด..”
แต่กลับมาโผล่อยู่ด้านหลังของมิเชลแทน นั่นทำให้มิเชลหันมาเผชิญหน้ากับหลุยส์ที่มีแผลตามหน้าและตามแขนเต็มไปหมด มิเชลที่มัวแต่อ้ำอึ้งก็โดนพวกของหลุยส์ทำให้สลบไป… หลุยส์มองคนตรงหน้าที่สลบลงไปนอนกับพื้น ก่อนที่แผลพวกนั้นจะค่อยๆรักษาตัวเองจนหายสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..
“ของของฉัน….เอาตัวไป…”
คนของหลุยส์ทำตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัดและทันทีที่ได้รับคำสั่ง และหลุยส์ก็เดินนำพวกนั้นไปทางออกอีกทางที่เขาทำไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินอย่างนี้
ด้านแมธธิวและจัสติน
“อะไรวะเนี่ย?...เบอร์นาร์ดหายไปไหนแล้ว…”
“...จะ...จัสติน…”
“เห้ย! เจนซัน!..”
“..พา...พาฉันไปหาโนอาห์ที…”
“ที่ไหน?...”
“ห้องประวัติ…”
จัสตินก็พยักหน้ารับนิดๆอย่างรู้เรื่อง อันที่จริง...ก็ไม่ได้อยากจะช่วยอะไรหรอกนะ แต่เห็นสภาพมันตอนนี้..ถ้ามันตายไปก็หมดสนุกในทีมบาสพอดี..เบอร์นาร์ดด้วย…
ณ หน้าห้องประวัติศาสตร์
ตอนนี้โนอาห์ออกมาอยู่ด้านหน้าห้องประวัติแล้ว โดยที่ยังงงๆกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ แต่คงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ แต่โนอาห์ก็พยายามที่จะมองหาแมธธิวและมิเชลที่น่าจะวิ่งหาเขาอยู่…
“...นะ….โนอาห์….”
“แมธธิว!!..!! โอ้พระเจ้า! เกิดอะไรขึ้น? ขานาย….”
“โอ้! ไม่...แขนนายด้วย...เกิดอะไรขึ้นแมธธิว?...”
โนอาห์เข้ามาช่วยจัสตินพยุงร่างของแมธธิวเอาไว้พร้อมถามไถ่อาการไม่หยุด แมธธิวที่เห็นว่ามันมีบางอย่างผิดปกติเลยเอ่ยปากถาม…
“แล้ว..มิเชลไปไหน?...ไม่ได้อยู่กับนายหรอ? โนอาห์...”
“ไม่นี่...ฉันนึกว่ามิเชลจะอยู่กับนายซะอีก…”
“....โอ้ ไม่นะ!...มิเชล!”
เมื่อแมธธิวเหมือนจะนึกบางอย่างได้ ก็รีบออกจากการช่วยเหลือของทั้งสองคน และแบกสังขารตัวเองกลับไปที่สวนอย่างยากลำบาก โนอาห์ที่เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปรั้งตัวของแมธธิวไว้
“เดี๋ยวสิแมธธิว!! นายจะไปไห?!...”
“ปล่อยฉัน! ฉันจะไปหามิเชล!”
“แต่นายเจ็บอยู่!”
“หมอนั่นหายไปเพราะฉัน!......”
โนอาห์เหมือนโดนมนต์สะกดอะไรบางอย่างทำให้ปล่อยแมธธิวไปเฉยๆซะอย่างงั้น เมื่อแมธธิวเห็นแบบนั้นก็หันไปมองจัสติน
“ดูแลโนอาห์ที….ขอร้องล่ะ….”
เมื่อแมธธิวพูดแบบนั้น จัสตินก็จับมือพาโนอาห์วิ่งไปทางออกของโรงเรียนทันที โนอาห์ก็ยังห่วงแมธธิวจนต้องหันกลับไปมอง แมธธิวมองตามทั้งคู่ไปจนสุดสายตา ก่อนจะมองไปที่แผลตัวเอง..
“อั่ก….”
และจู่ๆ ร่างกายก็เหมือนจะกำลังรักษาตัวเอง ข้างในมันร้อนจนแทบทนไม่ได้ แต่สักพักมันก็หายไป และสภาพร่างกายก็กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีแผลอะไรบนร่างกายมาก่อน… แมธธิวอึ้งกับปรากฏการณ์นี้ ก่อนที่จะเรียกสติคืนมาและเริ่มดมกลิ่นหาเพื่อนตัวเอง…
ณ ทางออกหน้าโรงเรียน
“เดี๋ยวสิ! ปล่อยฉันได้แล้ว!”
“อะไรของนาย?!”
“นายจะทิ้งแมธธิวกับมิเชลไว้ในนั้นน่ะหรอ?!”
“ก็ เจนซัน ไปตามเบอร์นาร์ดแล้วนี่!..นายแค่ต้องออกจากที่นี่..”
“.....นายพูดว่า เจนซัน หรอ?.....หมายถึงใคร?...”
“....ก็เจนซันไง…”
“..แมธธิว เจนซัน…”
ทางด้านแมธธิว
ตอนนี้แมธธิวดมกลิ่นตามมาถึงที่สวน และก็เดินหาไปรอบๆบริเวณอย่างรีบร้อน และพวกสัตว์ป่าก็เหมือนจะใกล้เข้ามาแล้ว…
“โธ่เว้ย!!”
แมธธิวทำการหาอยู่สักพัก แต่ก็หาไม่เจอ แถมกลิ่นก็ยังหายไปตรงที่มิเชลมาช่วยเขาอีก… แมธธิวที่กำลังหัวเสีย ก็พาลพาโลเตะข้าวของตรงนั้นจนกระจัดกระจาย...แต่ในของตรงนั้น...ด้วยความที่แมธธิวสายตาดี(?) เลยเห็นบางอย่างตรงมุมทางแยกตรงทางเดิน…
“กระเป๋ามิเชล?....ทำไมมาอยู่ตรงนี้…”
เมื่อแมธธิวเหมือนจะคิดอะไรออก ก็รีบหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาและกดโทรออกไปทันที และไม่นานนักปลายสายก็รับ
[“มีอะไรเจนซัน…”]
“โนอาห์ยังอยู่กับายมั้ย?...”
[“อยู่สิ...กำลังพาลอะไรก็ไม่รู้เนี่ย….มีอะไร…”]
“..ช่วยพาโนอาห์กลับบ้านเขาด่วนเลยนะ! หมอนั่นอยู่ที่อพาร์ทเม้นใกล้ๆกับบ้านฉันเอง...ช่วยทีนะขอบใจ..”
และแมธธิวก็ตัดสายทันทีโดนที่ไม่รอคำตอบอีกเหมือนเดิมก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปที่ทางแยกนั้นอย่างระมัดระวังมากที่สุด
.
.
.
เมื่อแมธธิวเดินเข้ามาเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้เหมือนเป็นทางแยกธรรมดาแล้วล่ะ...แต่มันเป็นทางลับ! เรียกว่าถ้าไม่สังเกตก็มองไม่เห็นแน่ๆ เมื่อแมธธิวเข้ามาในนี้เขาก็ได้กลิ่นของมิเชลมากขึ้น และสามารถตามกลิ่นนั้นได้ต่อ
จนแมธธิวเดินเข้ามาถึงส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน แต่มันมีวงแหวนแปลกๆอยู่ที่ผนังด้วยนี่สิ แมธธิวเข้าไปใกล้ๆวงแหวนนั้น แล้วก็พิจารณามอง..
“ถ้าเป็นมิเชลจะทำอย่างไง…”
แมธธิวพยายามที่ปล่อยวางทุกอย่างและเริ่มคิดถึงว่าถ้ามิเชลมาเจอสถานการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร พร้อมๆกับใช้มือลูบวงแหวนนั้นไปด้วย...และเมื่อแมธธิวลูบวนครบรอบแล้ว จู่ๆวงแหวนนั้นก็เรืองแสงขึ้นมา จนแมธธิวตกใจ แล้วก็ถอยหลังออกห่าง…
เมื่อแสงนั้นดับลง กำแพงที่มีวงแหวนนั้นอยู่ก็ค่อยๆเคลื่อนออกจากกัน จนเป็นทางที่ทอดยาวไปอีก..แมธธิวมองเข้าไป ก่อนที่จะเดินตามทางนั้นไป เมื่อเดินมาเรื่อยๆก็เจอกับแสงไปปลายทาง แมธธิวรีบสาวเท้าเดินอย่างรีบร้อน…
“อย่าให้ใครเข้ามาได้...หมอนั่นฉลาด อาจจะตามกลิ่นจิ้งจอกฉันมาก็ได้…..เจอเมื่อไหร่...ก็ฆ่าซะ..ฉันไม่ต้องการเจ้านั่นอีกแล้ว...”
เมื่อพวกคนของหลุยส์ได้รับคำสั่งนั้นก็ก้มให้หลุยส์นิดๆ ก่อนจะแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว แมธธิวที่เห็นและได้ยินแบบนั้นก็หลบอยู่ที่ปลายทางโดยเฝ้าดูหลุยส์เอาไว้ ..ในห้องนั้นมันเหมือนเป็นสถานที่ที่เอาไว้ทำพิธีกรรมบางอย่างเลย..มีทั้งเทียน เครื่องมือ และ..แท่นบูชา…
“มิเชล….”
“ฉันรู้นะ ว่าเธออยู่ที่นี่น่ะ แมธธิว..ออกมาดีๆซะเถอะ….”
“.........”
“แล้วฉันจะไม่ทำเพื่อนของเธอ…”
เมื่อแมธธิวได้ยินแบบนั้นก็ชั่งใจอยู่แปปนึง ก่อนที่หลุยส์จะเดินไปหยิบอุปกรณ์บางอย่างมา มันเหมือนกับ...เครื่องช็อตไฟฟ้า..
“แมธธิว...ฉันจะให้โอกาสเธอแค่นับ 1-3 เท่านั้นนะ…”
“..........”
“...1….”
หลุยส์เริ่มนับเพื่อกดดันให้แมธธิวออกมา แมธธิวที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจจนเสียงของหัวใจเต้นดังขึ้นและถี่ขึ้น นั่นทำให้หลุยส์รู้ได้ทันทีว่าแมธธิวอยู่ที่นี่ เพราะเสียงหัวใจของแมธธิวนั้นดังมาก...จนเหมือนอยู่ข้างๆกัน…
“2…...2 แล้วนะแมธธิว…”
“...................”
“เธอจะใจร้ายขนาดที่จะปล่อยให้เพื่อนตายเลยหรอ?.....”
“แกไม่ทำหรอก…..”
และในที่สุดแมธธิวก็เผลอปากพูดตอบกลับไปจนได้ นั่นทำให้หลุยส์ต้องแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ก่อนที่จะเตรียมเครื่องมือในมือของตัวเองให้พร้อม..
“ทำไมฉันถึงจะไม่ทำล่ะ?....”
“เพราะแกเรียกเขาว่า ของของฉัน ..ตอนแกพาตัวเขามา…”
“.....แกรู้ได้ยังไง…”
“..อย่าลืม...ว่าฉันก็เป็นเหมือนแก…”
และแมธธิวก็ออกจากที่ซ่อนและพุ่งเข้าไปกัดเข้าที่ไหล่ของหลุยส์ข้างที่มือถือเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้อยู่อย่างทันที โดยที่หลุยส์ยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรใดๆทั้งนั้น แมธธิวกัดจนเขี้ยวนั้นจมหายเข้าไปในเนื้อของหลุยส์...มันคงจะลึกมาเลยทีเดียว…
“ปล่อยฉัน!!!”
แต่ด้วยความที่หลุยส์เป็น“อัลฟ่า”ของแมธธิว ทำให้แมธธิวต้านทานเสียงนั้นไม่ไหว จนต้องละออกจากตัวของหลุยส์ไปนั่งกุมหัวตัวเองอย่างทรมาน…
“อ๊าากกก!!”
“ฉันเป็นอัลฟ่าของเธอ...เธอจะปฏิเสธเสียงฉันไม่ได้..นอกซะจาก…..”
“..เธอจะฆ่าฉัน แมธธิว…ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้...”
แมธธิวช้อนตามองไปที่หลุยส์อย่างโกรธเคือง จนตานั้นกลายเป็นสีส้มเพลิงอีกครั้ง เมื่อหลุยส์เห็นแบบนั้น ก็รู้สึกโกรธเคือง จนพลั้งเตะไปที่หน้าของแมธธิวอย่างจัง จนแว่นที่สวมอยู่นั้นหลุดออกไปจากใบหน้าของแมธธิว
“อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น…ฉัน! เป็น! อัลฟ่า!!”
“...หึ...ของใครกันล่ะ?!...ฉันไม่รับแกเป็นอะไรทั้งนั้นเว้ย!!”
แมธธิวหันหน้ากลับมาพร้อมกับตาข้างนึงที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้า และอีกข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ายตาของแวมไพร์ และดวงตาทั้งสองข้างก็ถูกคลอบไปด้วยบางอย่างที่คล้ายกับเมือกนั่นอีกครั้ง ก่อนที่แมธธิวจะคำรามออกมาตามสัญชาตญาณ แล้วมุ่งเข้าโจมตีหลุยส์ที่ยืนอยู่อย่างทันที
หลุยส์ที่ไม่ได้ตั้งตัวอะไรก็โดนการโจมตีนั้นจนกระเด็นไปอัดกับกำแพงในทันที หลุยส์ถึงกับลงไปนอนกองกับพื้นเลยทีเดียว เมื่อแมธธิวเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปที่แท่นบูชานั้นทันที และช่วยเพื่อนตัวเองออกมาจากการพันธนาการที่หลุยส์ทำเอาไว้ และแบกมิเชลออกไปทันทีโดยไม่ลืมที่จะเก็บแว่นที่แสนแพงของตัวเองขึ้นมาด้วย...
“นายท่าน….”
“หยุด! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น…”
หลุยส์ที่ตั้งตัวได้แล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและมองไปยังทางที่แมธธิวและมิเชลหนีไปด้วยสายตาที่อาฆาตและสีตาที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามอีกครั้ง
.
.
.
“เป็นไงบ้าง? มิเชล?...”
“ฉันสบายดี….อ๋าาา!! ให้ตายสิ! เหมือนฉันพลาดอะไรไปเลย…”
“นายพลาดมากด้วยนะ...ปล่อยมันไปเถอะ....กลับบ้านกัน…”
แมธธิวยื่นมือไปให้มิเชล ก่อนที่มิเชลจะจับมือแมธธิวและลุกขึ้น เดินไปที่ลานจอดรถพร้อมกับเพื่อนซี้ของตัวเองที่เพิ่งเข้าไปช่วยเขาเมื่อกี้
ณ บ้านของแมธธิว
“กลับมาแล้วครับแม่!”
“แมธธิวววว!”
อาลิเซียรีบวิ่งเข้าไปกอดลูกชายของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียง ซึ่งแมธธิวก็กอดตอบอย่างอ่อนโยนกลับไป มิเชลก็มองทั้งคู่อย่างอิจฉานิดๆ และทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบเล่นๆ
“ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง?...”
“พอดีที่โรงเรียนมีสัตว์ป่าเข้ามาน่ะครับ…” มิเชล
“ตายจริง?! แล้วปลอดภัยกันรึป่าว?!”
“พวกผมไม่เป็นไรครับ..”
แมธธิวจตอบพร้อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความจริงใจ จนอาลิเซียเชื่ออย่างไม่สงสัย ก่อนที่พวกแมธธิวจะขอตัวขึ้นไปบนห้อง และอาลิเซียก็ไปทำอาหารเย็นรอ
ณ ห้องของแมธธิว
“หมอนั่นบอกว่า....ฉันเป็น ของของมัน หรอ?...”
“ใช่...แลดูจะหวงมากซะด้วย…”
“ไม่ใช่โนอาห์หรอที่เจ้านั่นต้องการตัว? ทำไมเป็นฉัน?”
“หลุยส์บอกว่า.. ถ้าฉันไม่ยอมเข้าร่วมฝูงกับมัน มันก็จะทำร้ายโนอาห์...แต่ไม่ได้พูดถึงนาย…”
มิเชลนั่งที่เก้าอี้ที่โต๊ะข้างๆเตียง พร้อมเอามือขึ้นมาบริเวณปากและกัดตรงปลายนิ้วนิดๆเหมือนคิดอะไรอยู่ ฝั่งแมธธิวก็ยืนมองอีกคนอย่างห่วงๆ เพราะสภาพของมิเชลตอนนี้น่าเป็นห่วงมาก…
“กำลังหาเหตุผลหรอ?....”
“ใช่….”
“งั้นฉันว่านายคงมองข้ามบางอย่างไป…”
“คนอย่างฉัน?...มองข้ามอะไรไป?...”
“ตอนนั้น...ที่นายเข้ามาตอนที่ฉันกับโนอาห์เผชิญหน้ากับหมอนั่น...สีหน้าหมอนั่นแลดูตกใจ..แล้วก็พูดออกมาเกี่ยวกับ..พันธุ์ทาง พันธุ์แท้ จิ้งจอก อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ….”
เมื่อแมธธิวพูดแบบนั้น มิเชลก็หน้าตาเครียดลงไปใหญ่ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และตรงขอบตาก็เริ่มเป็นสีแดงนิดๆ พร้อมเริ่มกัดปลายนิ้วตัวเองถี่ขึ้น..
“ฉัน….ฉันนึกอะไรไม่ออกเลย….”
“ใจเย็นนะ มิเชล..ยังไง..หมอนั่นก็ต้องการฉันอยู่ดี...ฉันว่า...หมอนั่นคงไม่ทำร้ายนายหรอก…”
“ไม่...ไม่แมธธิว.ไม่ใช่...หมอนั่นต้องจ้องเล่นงานฉันแน่ๆ…”
มิเชลส่ายหน้าอย่างฉับพลันในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เหมือนเขาจะมีลางสังหรณ์บางอย่างในใจที่แรงมาก และยิ่งมิเชลเป็นพวกที่คิดไม่เลิก คิดแบบไม่ลืมหูลืมตาซะด้วย… แต่ไม่นานมิเชลก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
“นายบอกว่าหมอนั่นพูดเกี่ยวกับจิ้งจอกใช่มั้ย?...จิ้งจอกอะไรพอจำได้มั้ย?...”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด...หมอนั่นพูดว่า จิ้งจอกขาว ….”
เพียงแค่ได้ยิน มิเชลก็ถึงกับตกใจ และรีบลุกจากเก้าอี้และวิ่งไปที่กระเป๋าของตัวเองที่อยู่ในรถยนต์แทบจะทันที แมธธิวที่ทำท่าจะห้ามก็ยังช้าไป และไม่นานมิเชลก็วิ่งกลับขึ้นมาพร้อมกับกระเป๋าของตัวเอง และรีบเอาโน๊ตบุ๊คในนั้นออกมาวางที่โต๊ะข้างเตียงเมื่อกี้อย่างรีบร้อน
“เป็นอะไรของนายมิเชล?...”
“จิ้งจอกขาว...เป็นตำนานที่ฉันกำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าฉันอาจจะถูกสิง หรือไม่ก็ ฉันอาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้…”
“นายพูดเรื่องอะไร?...”
“จิ้งจอกขาว...เป็นตำนานของทางบ้านฉัน ที่มันเล่าไม่เหมือนกับฝั่งเอเชียเล่ากันมาน่ะสิ….ดูนี่..”
มิเชลพิมพ์ๆอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งมันเป็นอะไรที่แมธธิวไม่ค่อยเข้าใจซะเท่าไหร่ เลยหันไปมองเพื่อนตัวเองอย่างงงๆ มิเชลก็เลยงงตามๆกันไป
“มองหน้าฉันทำไม?...”
“มิเชล...นายไม่ได้พิมพ์ภาษาอังกฤษนะ…แล้วก็...นายไม่ได้พิมพ์เป็นหัวหนังสือหรือประโยค...”
“ได้ไง!? ก็ฉัน-…..”
มิเชลถึงกับเงียบปากไปในทันที เมื่อหันไปมองที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คของตัวเอง ก็ต้องผงะไปเมื่อสิ่งที่เขาพิมพ์ๆไปเมื่อครู่มันออกมาเป็นรูปภาพของ..
“จิ้งจอก…..”
“...............”
มิเชลอ้าปากค้าง และ ก็เริ่มเปิดไปในแท็บเพื่อเสิร์ชหาบางอย่างที่เขาเก็บไว้ในเครื่อง และก็เจอ ก่อนจะไปเปิดในกระเป๋าของตัวเอง และค้นๆหาบางอย่าง และก็เอามันออกมาวางเรียงกัน และไปเปิดแกลเลอรี่ในโทรศัพท์ด้วย แมธธิวที่มองเพื่อนตัวเองอยู่ก็เริ่มเป็นห่วงมากขึ้น..
“โอ้...ไม่นะ….”
“มิเชล….”
“ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! ไม่!!”
“มิเชล!...”
“ฉันฝันอยู่ใช่มั้ยแมธธิว!? นายบอกฉันทีว่าฉันฝันอยู่!!”
แมธธิวมองเพื่อนตัวเองที่นั่งกุมขมับอย่างเครียดๆ และเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ก่อนที่แมธธิวจะมองไปที่กองกระดาษตรงหน้ามิเชล...ก็พบว่ามันเป็นภาพของ….
….จิ้งจอก….แบบเดียวกัน
….ทั้งหมด..ไม่มีผิดเพี้ยน...
แมธธิวที่เห็นแบบนั้นก็ตกใจในทันที เพราะในภาพเหมือนจิ้งจอกในนั้นจ้องมาที่ตัวเขาเพียงคนเดียว ก่อนที่แมธธิวจะค่อยๆถอยห่างจากมิเชล พวกจิ้งจอกในรูปก็มองไปที่มิเชลเป็นตาเดียว แมธธิวที่มองอยู่ห่างๆก็อยากจะเข้าไปปลอบเพื่อนตัวเองอยู่หรอกนะ..แต่มันเข้าไปไม่ได้นี่…
Rrrrr!!!
และเสียงของโทรศัพท์ของแมธธิวก็ดังขึ้นมาขัดความเงียบและความกดดันตรงหน้าที่เผชิญอยู่ เมื่อแมธธิวได้สติกลับมา และมองมิเชลและรูปพวกนั้นใหม่ ก็พบว่า มิเชลไม่ได้นั่งร้องไห้เหมือนเมื่อกี้ กลับกำลังนั่งหาข้อมูลบางอย่างจากภาพพวกนั้นอย่างขมักเขม้น และภาพจิ้งจอกพวกนั้นก็กลับไปเป็นปกติ… ก่อนที่แมธธิวจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ก็กดรับโทรศัพท์ของตัวเอง
“ฮัลโหล?...”
[ “แมธธิว?...แมธธิวใช่มั้ย?...” ]
“โนอาห์?...ได้เบอร์ฉันมาได้ไง?...”
[ “ก็เอามาจากจัสตินน่ะสิ…นายโอเครึป่าว? ฉันไม่เห็นนายหลังจากที่นายให้จัสตินพาฉันออกมา...นายกับมิเชลปลอดภัยนะ?....” ]
“พวกเราโอเค...มีอะไรรึป่าว?....”
[ “เอ่อ….มาหาฉันทีสิ...ฉันจะรออยู่ข้างล่างนะ…” ]
และปลายสายก็ตัดไปดื้อๆโดยที่ไม่รอให้แมธธิวให้คำตอบ ก่อนที่แมธธิวจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง แล้วก็มองไปที่มิเชลที่กำลังวุ่นอยู่ และดูแล้วไม่น่าจะหยุดง่ายๆ เลยเขียนโน๊ตและแปะไว้ที่ประตู ก่อนจะออกไปจากห้อง
“แมธธิว...นั่นลูกจะไปไหน?...”
“เอ่อ...ไปหาเพื่อนน่ะแม่...ไม่ต้องรอทานข้าวนะครับ เรียกมิเชลลงมาทานด้วยเลย...ผมไปนะ..”
ไม่ทันที่อาลิเซียจะได้ซักถามอะไรไปมากกว่านี้ แมธธิวก็เดินผ่านไป โดยไม่ลืมที่จะหอมแก้มผู้เป็นแม่ไปฟอดนึง และก็ไปที่มอเตอร์ไซต์คันใหญ่หน้าบ้านก่อนจะสตาร์ทและออกรถไป
ด้านโนอาห์
เมื่อโนอาห์วางสายจากแมธธิวแล้ว ก็เตรียมตัวเพื่อจะลงไปหาแมธธิวข้างล่าง โดยที่ยังนั่งคิดอะไรบางอย่างที่มันกวนใจเขา
“แมธธิว...นามสกุลเจนซัน?...เพราะอย่างนั้นเลยเข้ามาคุยกับเราหรอ…”
โนอาห์สะบัดหัวไล่ความคิดนั้นไป ก่อนจะลุกจากเตียง และลงไปด้านล่างเพื่อรอรับแมธธิวที่กำลังเดินทางมาหา...คิดว่านะ…
ณ ด้านล่างอพาร์ทเมนต์
บรื้นนนน
เมื่อโนอาห์ลงมาถึงก็ได้ยินเสียงรถมอไซต์คันนึงมาแต่ไกล และไม่นานเสียงนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าอพาร์ทเมนต์ของเขา ก่อนที่คนขับนั้นจะถอดหมวกกันน็อคออก ก็ปรากฏหน้าตาของคนที่เขาเพิ่งโทรคุยเมื่อกี้ ก่อนที่โนอาห์จะเดินลงไปหาอีกคน
“มีอะไรถึงเรียกออกมา?...”
“ไม่มีเรื่องอะไร จะเรียกออกมาไม่ได้หรอ?...”
แมธธิวมองสภาพของโนอาห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็พบว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเขามีเพียงเสื้อตัวใหญ่ที่ยาวไปเกือบถึงเข่า กับผ้าคลุมผืนเดียว ด้านล่างนั่นไม่รู้ได้ใส่อะไรลงมารึป่าว… แมธธิวที่เห็นแบบนั้นก็ดับเครื่องและถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองไปใส่ให้อีกคน
“แล้ว...เอารถจอดตรงไหนได้?...”
“ตามมาสิ…”
โนอาห์เดินนำไปที่ลานจอดรถข้างๆอพาร์ทเมนต์ ซึ่งไม่ค่อยมีรถจอดซะเท่าไหร่ เพราะอพาร์ทเมนต์นี้ไม่ค่อยมีคน จะมีก็แต่คนที่รักธรรมชาติกับรักความสงบเท่านั้นแหละที่จะมาอยู่ เพราะมันอยู่ใกล้ๆกับแหล่งธรรมชาติมากที่สุด
“จอดตรงรถของฉันน่ะ…”
โนอาห์พูดพลางชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซต์ขนาดใหญ่ที่คล้ายกับของแมธธิว แค่เป็นสีขาว แต่ของแมธธิวเป็นสีแดง แมธธิวที่เห็นแบบนั้นก็เลยเอารถของตัวเองเข้าไปจอดเทียบ
“แล้ว...มีอะไรกันแน่…”
เมื่อแมธธิวเอารถเข้ามาจอดแล้ว ก็ไม่ได้ลงจากรถ ยังคงคร่อมรถไว้อยู่ โนอาห์ที่เห็นแบบนั้นก็ยู่ปากนิดๆ ก่อนจะกรอกตาไปมา แล้วก็ไปเท้าที่รถของแมธธิว
“ไม่มีอะไร...แค่จะชวนมาที่ห้อง…”
“...ไม่ใช่แค่นั้นมั้ง…”
“....หึ….”
โนอาห์ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะล้วงๆไปเอาของบางอย่างใต้ผ้าคลุม แล้วก็เอาออกมาให้แมธธิวดู เมื่อแมธธิวเห็นสิ่งนั้นก็ถึงกับยิ้มมุมปากออกมาเลยทีเดียว
“เอาจริงหรอ?...เคยทำมาก่อนรึไง?...”
“ไม่เคย..นายคนแรก…จุ๊บ”
เมื่อแมธธิวกำลังจะหยิบของสิ่งนั้นมาจากมือของโนอาห์ โนอาห์ก็หดกลับไป ทำให้แมธธิวต้องถามไปแบบนั้น แล้วโนอาห์ก็เหมือนจะพูดท้าทาย และก็จุ๊บที่ปากของแมธธิวไปหนึ่งที
“ว่าไง?...จะมามั้ย?...”
“หึ..จะพลาดได้ไง...”
และแมธธิวก็ยื่นหน้าไปจูบกับโนอาห์อย่างดูดดื่ม จนมีเสียงจ๊วบจ๊าบออกมาเป็นระยะๆ และหยิบถุงยางจากมือของโนอาห์มา เมื่อจูบกันได้สักแปป โนอาห์ก็เดินนำแมธธิวไปที่ห้องของตัวเอง
ณ ห้องของโนอาห์
“อืมมม…”
“...ฮืมมม…”
เสียงครางของทั้งคู่ดังออกมาเบาๆ บ่งบอกถึงความพึงพอใจขนาดไหน ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันจูบมาถึงที่เตียง โดยที่ไม่ลืมที่จะล็อคประตูไว้อย่างแน่นหนา เมื่อทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆจนถึงที่ขอบเตียง แมธธิวก็เริ่มไซร้คอของโนอาห์อย่างแรง และขบกัดอย่างแรงจนเกิดรอยแดงไปทั่วบริเวณลำคอของโนอาห์ และลามมาถึงที่ใบหู
“อืมม…แมธธิว…”
“..มีอะไร?...”
“อย่าทำตรงนั้นให้เป็นรอยสิ...มันลำบากเวลาไปโรงเรียนนะ…”
“ไม่เห็นเป็นไร..ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว…”
“ไม่เห็นแฟร์เลย...นายเป็นทำอยู่คนเดียวเลยนะ…”
“แล้วใครบอกว่าไม่ให้ทำล่ะ?....”
แมธธิวช้อนตาขึ้นไปมองอีกคนที่กำลังทำหน้าเคลิ้มๆอยู่ ก่อนที่โนอาห์จะก้มลงไปกัดที่ ต้นคอของแมธธิวอย่างจัง จนแมธธิวยังสะดุ้งนิดๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะผลัดกันกัดไปแบบนั้น
ด้านมิเชล
ตอนนี้มิเชลนั่งหาข้อมูลมาเกือบชั่วโมงหลังจากที่มาถึงบ้านของแมธธิว โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้สึกตัวอะไรกับอะไรรอบข้างทั้งนั้น
“มิเชล! มาทานข้าวจ๊าา!!”
และเป็นเสียงของอาลิเซียนี่เองที่ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ทำให้มิเชลมองไปรอบๆตัวเอง ที่มีกระดาษเอกสารมากมายที่เขาปริ้นออกมารอบตัวเขาเต็มไปหมด ทำให้มิเชลมองอย่างอึ้งๆกับพื้นที่เต็มไปด้วยกระดาษข้อมูลต่างๆ ก่อนที่มิเชลจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ ก็ละจากกระดาษพวกนั้นแล้วลงไปตามที่อาลิเซียเรียก
“คร้าบบบ!!”
ส่งเสียงตอบกลับไป ก่อนที่จะเดินไปที่ประตู ก็สะดุดกับโน้ตที่แปะไว้ที่ประตู ก่อนที่จะหยิบมันมาดู
‘ไปหาโนอาห์ ทานข้าวกับแม่ไปก่อนนะ ไม่ต้องรอ’
“เฮ้อ! ให้ตายสิ…”
บ่นๆออกมาก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องเพื่อลงไปด้านล่าง แต่เมื่อลงไปด้านล่างก็ต้องเสียมารยาทขอเอามากินข้างบนแทน เพราะงานที่กำลังทำอยู่
พอมาถึงที่โต๊ะปุ๊บก็ตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ๆเพื่อที่จะได้เคี้ยวนานๆไม่เสียเวลาไปตักเข้าปากใหม่ และก็เริ่มไล่ดูข้อมูลต่อ..
[*เนื้อหาต่อไปนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า18ปี หรือ ผู้ที่ไม่ชื่นชอบความ SM อาจมี ภาพ เสียง หรือบทพูดต่างๆ รวมไปถึงภาษาของตัวละครที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและรับชม*]
และไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างนะจ๊ะ
ด้านโนอาห์และแมธธิว
ตอนนี้ทั้งคู่นอนนัวเนียกันอยู่บนเตียง เสื้อผ้าก็ยับยู่ยี่เหมือนไปสู้รบมาแต่ไหนแต่ไร ตอนนี้ทั้งคู่ไม่สนใจสิ่งอะไรรอบข้างทั้งนั้น มีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้นที่เป็นที่สนใจของทั้งสองคน
“ฮ้าห์...นายเคยทำกับใครมาก่อนมั้ย?...”
“ไม่เคย...นายคนแรกเลย...ถามทำไม?...”
“แค่สงสัย...เพราะคนที่หล่อ สูง นิสัยดีแบบนายจะไม่มีใครมาเอาเลยรึไง?...”
“ฉันแค่สนใจตัวเองมากเกินไปน่ะ…”
“แต่ตอนนี้นายมีฉัน….”
แมธธิวยิ้มออกมาทันทีที่โนอาห์พูดแบบนั้น ตอนนี้คนยิ้มยากอย่างแมธธิว กลับยิ้มให้กับคำพูดที่แลดูจะน้ำเน่าสำหรับเขา แถมเป็นคนที่เพิ่งเจอกันด้วยซ้ำไป
“ฉันพร้อมแล้วน่า…”
“ถ้าไม่เตรียมตัวก่อน..นายจะเจ็บนะ…”
“ฉันเป็นพวกมาโซ…”
แมธธิวยิ่งยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เข้าไปอีก ก่อนที่จะถอดเสื้อของตัวเองออก ตามด้วยกางเกงของตัวเอง เหลือเพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวทั้งตัว ก่อนที่จะจับโนอาห์ถอดเสื้อผ้าอย่างดุดัน(?) และจับอีกคนนอนคว่ำ
“ฉันก็เหมือนกัน…”
โนอาห์หันไปมองอีกคนที่กำลังวุ่นๆกับบั้นท้ายตัวเองอยู่ ก่อนที่จะนอนราบไปกับเตียงอย่างเดิม แมธธิวที่เห็นแบบนั้นก็ลุกไปนั่งข้างหน้าของอีกคน โดยจงใจให้ส่วนนั้นอยู่ตรงหน้าของอีกคนพอดี โนอาห์ที่เห็นแบบนั้นก็ช้อนตาขึ้นไปมองอีกคน
“ลองทำดูสิ...เอาเข้าแล้วดูดๆเลียๆแค่นั้นแหละ…”
โนอาห์มองอีกคนแบบ...นี่ใช่แมธธิวคนนั้นแน่หรอ.. คนที่สุภาพนอบน้อม คนที่ใจดีคนนั้น พอเข้าเรื่องบนเตียงเนี่ยถึงกับกลายเป็นอีกคนเลยหรอ?.. โนอาห์ไม่คิดอะไรให้มันมากความ ก็จัดการถอดบ็อกเซอร์นั้นออกพอให้เจ้าส่วนนั้นออกมา…
แต่พอถอดออกมาได้นิดเดียว เจ้านั่น ของแมธธิวก็ดีดมาตีหน้าเขาซะแล้ว และจากการที่มันเด้งออกมาแล้วตีหน้าเขาแบบนี้ก็คงจะเดาไซต์ได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก...คงต้องบอกว่า.. มัน - ใหญ่ - มาก…
“เป็นอะไร?...”
“ป่าว...แค่คิดว่า..คนที่ดูจะเป็นเด็กเนิร์ดแบบนายกลับมี***ที่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไง….”
“ไม่เคยได้ยินหรอ? เด็กเนิร์ดมักเ**นน่ะ…”
“หึ...สงสัยจะเป็นจริงแหะ…”
โนอาห์ไม่พูดอะไรให้มันมากความ ก็จัดการนำเอาแท่งอุ่นๆนั้นใส่เข้าไปในปากทีเดียวเกือบครึ่ง ทำให้สำลักนิดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆกับเขา ก่อนที่จะค่อยๆขยับขึ้นลงอย่างช้าๆและเร็วตามลำดับ โดยมีเสียงครางจากแมธธิวเบาๆ…
------------------------------------------------------
ด้านมิเชล
หลังจากที่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง มิเชลก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจากเมื่อชั่วโมงก่อนๆเลย ตอนนี้มิเชลเริ่มที่เครียดอีกครั้ง จนขอบตาเริ่มเป็นสีแดงอ่อนๆอีกครั้ง
“ฉันจะทำยังไงดี?...ฉันจะทำยังดีๆๆๆๆ!...”
มิเชลเริ่มที่จะบ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันและเอาหน้าไปพิงไว้อย่างใช้ความคิด สายตาก็กวาดไปทั่วบริเวณโต๊ะที่มีแต่กองเอกสารที่ซ้ำๆกัน… และไม่นานมิเชลก็ร้องไห้ออกมา…
“ทำไมฉันอ่านพวกนี้ไม่ได้….ฮึก….”
ใช่แล้ว.. ที่มิเชลเป็นกังวลจนเครียดและร้องไห้ออกมาแบบนี้ เป็นเพราะเขาอ่านเอกสารที่เขาปริ้นออกมาไม่ได้เลยสักประโยคเดียว ถึงจะอ่านได้ แต่เขาก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดี จากปกติที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน…
“มากับฉันสิ…”
“อ๊ะ!!”
เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นมิเชลก็รีบดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้และหันกลับไปมอง ก็เจอกับร่างของชายคนนึงที่เขาเคยเห็นเมื่อตอนอยู่ที่สวนของโรงเรียน…
“หลุยส์ แฮนซัน….”
“....มากับฉันสิ...แล้วฉันจะบอกทุกอย่างที่อยากรู้ให้…”
“ทำไมฉันต้องไปกับแกด้วย!?...”
“เธออ่านพวกนั้นไม่ได้นี่…”
เหมือนมีมีดมาแทงใจของมิเชลเลยทีเดียว เมื่อหลุยส์พูดออกมาแบบนั้น มิเชลก็แลดูหน้าถอดสีไปเหมือนกัน ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับหลุยส์อีกครั้ง
“ฉันก็มีคนช่วยได้---”
“ใครล่ะ?...แมธธิว เจนซัน งั้นหรอ?...ไหนล่ะ?...เขาอยู่ที่ไหน...เขาอยู่ที่ไหนเวลาที่นายต้องการความช่วยเหลือน่ะ?..”
“.....”
“แค่มากับฉัน...มากับฉัน…”
“อย่าเข้ามานะ!..”
มิเชลรีบพูดห้ามอีกคนที่ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ตัวเขาเรื่อยๆ เมื่อหลุยส์ได้ยินแบบนั้นก็หยุดไปตามที่มิเชลบอก... ก่อนที่จะพูดประโยคที่ทำให้มิเชลต้องตกใจและสับสนขึ้นมา…
“เขาไปอยู่กับเพื่อนใหม่คนนั้นไม่ใช่หรอ?...”
“อึก!...”
“เขาทิ้งนายไปแล้วนี่…”
------------------------------------------------------
ด้านโนอาห์และแมธธิว
ตอนนี้ร่างของทั้งสองคนไม่เหลือเสื้อผ้าเลยสักชิ้นเดียวบนร่างกาย ทุกๆส่วนของร่างกายแนบชิดกันอย่างใกล้ชิดไม่มีช่องว่างใดๆ พร้อมกับเสียงจูบที่ดังไปทั่วห้อง และอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีทีท่าที่จะหยุด..
------------------------------------------------------
ด้านมิเชล
“เขาทิ้งนายไม่หาเพื่อนคนใหม่นั่นไม่ใช่หรอ?...”
“...เขา….”
“เขา - ทิ้ง - นาย...มิเชล...เขาทิ้งนาย..ให้เป็นหมาหัวเน่า…”
ตอนนี้หลุยส์สามารถเข้าประชิดตัวของมิเชลได้โดยง่าย ก่อนที่จะกระซิบที่หูของมิเชลอย่างจงใจและเน้นทุกๆคำเพื่อสร้างความสับสนให้กับมิเชล ซึ่งเหมือนมันจะได้ผลดีซะด้วย มิเชลเริ่มที่จะร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีน้ำตาและไม่มีเสียง
“.........”
“แค่มากับฉัน….”
“....เขา….เขา…..”
“เขาไม่ได้ทิ้งฉัน!!”
มิเชลผลักหลุยส์ออกจากตัวของตัวเอง ก่อนที่มิเชลจะยืนเผชิญหน้ากับหลุยส์อย่างจังๆ หลุยส์ที่ถูกผลักออกก็แลดูจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำของมิเชล
“มิเชล!!”
เมื่อหลุยส์พุดแบบนั้น ก็มีหมาป่าจากไม่รู้โผล่มา และกลายร่างเป็นมนุษย์ต่อหน้าต่อตาของมิเชล มิเชลที่มัวตกใจและตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าก็ไม่ได้ทันตั้งตัว ทำให้หมาป่าที่แปลงเป็นมนุษย์พวกนั้นชกเข้าที่ท้องอย่างแรง จนต้องลงไปนอนกองกับพื้น
“อึก…..”
“เอาตัวไปซะ….”
------------------------------------------------------
ด้านโนอาห์และแมธธิว
“ฉันจะเอาเข้าไปแล้วนะ…”
“อืม….เข้ามาเลย…”
เมื่อได้คำตอบแบบนั้น แมธธิวก็จับส่วนแข็งขืนของตัวเองและรูดสองสามทีและก็ยัดใส่เข้าไปทีเดียวเกือบมิดด้าม ทำให้โนอาห์ที่ตัวเล็กกว่าถึงกับต้องดิ้นขึ้นมานิดๆ และพยายามที่จะดันแมธธิวออก
“อ๊าา!!! มะ...แมธธิว! เอาออกไปก่อน! ไม่ไหว!...อื้อ!...”
“ทนหน่อย...เดี๋ยวก็ชิน…”
“อื้ออ!! ฮ๊าา!! อื้อ! ชะ..ช้าหน่อย! อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ..อ๊าาา”
แมธธิวไม่ได้ฟังคำขอนั้น แต่กลับทำตามที่ตัวเองต้องการ และทางโนอาห์เองก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไร เจ้าตัวเลยเร่งความเร็วขึ้นไปอีกคนเท่าที่เขาจะทำได้…
------------------------------------------------------
ด้านมิเชล
“ปล่อยฉัน!! ปล่อยฉันสิ!! แมธธิว!! แมธธิวช่วยฉันด้วย!!! อื้ออ!!”
ตอนนี้มิเชลถูกจับมาที่เดิมที่หลุยส์เคยจับเขามา แต่แลดูที่นี่มันจะโทรมกว่าเมื่อตอนนั้นหน่อยล่ะมั้ง และหลุยส์ก็จับมิเชลขึงไว้กับแท่นบูชาและจัดการปิดปากพร้อมกับกลบกลิ่นของมิเชลเอาไว้เพื่อไม่ให้แมธธิวตามเจอ และหลุยส์ก็เดินไปที่โซนของอุปกรณ์พิธีกรรม.. ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากตรงนั้น
“เอาล่ะ...เรามาเริ่มกันเถอะ..”
“อ๊ะ?....อื้อ!!!! อือออ!! อึก!....”
มิเชลเริ่มทำการดิ้นขึ้นมาอย่างทันทีที่รู้ว่าหลุยส์หยิบอะไรออกมาจากส่วนของอุปกรณ์ มันเป็นอะไรที่คล้ายกับ...เครื่องช็อตไฟฟ้าแรงสูง! มิเชลเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง หลุยส์ก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้มิเชลอย่างช้าๆ เหมือนค่อยๆยืดเวลาไปให้มิเชล
“...ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บ...ฉันสัญญา…”
“ฮึก….อือออ…”
มิเชลหันหน้าหนีหลุยส์ทันทีที่เขาเดินมาถึง แต่หลุยส์ก็จับหน้าของมิเชลให้หันกลับมา และก็เหมือนจะบังคับให้มิเชลมองหน้าของเขา และไม่นานมิเชลก็เริ่มร้องไห้ออกมาตัวโยน จนขอบตานั้นแดงก่ำ และหายใจก็แรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“..จุ๊ๆๆๆๆ...อย่าร้องสิ…”
หลุยส์ค่อยๆใช้มือตัวเองไล้ไปตามโครงหน้าและแก้มของมิเชลอย่างเบามือเหมือเป็นการปลอบประโลม แต่นั่นยิ่งทำให้มิเชลยิ่งร้องไห้มากกว่าเดิมซะอีก และมิเชลก็หลับตาลงแน่นเหมือนจะรับชะตากรรมตัวเอง..
ช็อตตตต!!!
------------------------------------------------------
ด้านโนอาห์และแมธธิว
“อ๊าา!! อื้อ! แรงอีกสิ...มีแรงแค่นี้รึไง?....”
“หึ...จัดให้ตามคำขอ…”
“อ๊าา!!! ฮ๊าาา!!! อื้ออ!!!”
“อาา…”
ทั้งสองคนทำการบรรเลงบทรักกันบนเตียง จนเตียงนั้นสนั่นหวั่นไหวส่งเสียงดังไปหมด แต่นั่นก้ไม่สามารถที่จะหยุดเขาทั้งสองได้ แมธธิวเริ่มใส่แรงขึ้นทีละนิดๆ
“อา...ถ้ารู้ว่าเป็นมาโซนะ..อืมม...คงจัดให้ตั้งแต่ในสวนแล้ว…”
“ฮ๊ะ! หึ...อ๊าา! กล้าทำ..กล้าทำรึไง…”
“หึ...แน่นอนสิ….อืมมมม…”
ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง และแมธธิวเองก็ซอยสะโพกเข้าออกไม่มียั้งอะไรทั้งนั้น นั่นเป็นผลให้ช่องทางทางด้านหลังของโนอาห์นั้นฉีกขาดและเลือดเริ่มไหลย้อนลงมา ทั้งโนอาห์และแมธธิวต่างรู้ดี แต่ก็ไม่สามารถที่หยุดพวกเขาได้อยู่ดี..
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนนี่...อ๊าา...ถึงเช้าได้มะ---”
“แน่นอน…”
------------------------------------------------------
ด้านมิเชล
“อ๊าาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!! ! อึก...”
ตอนนี้มิเชลถูกหลุยส์เปิดปากออกให้แล้ว และหลังจากนั้นหลุยส์ก็เอาแต่ช็อตให้มิเชลร้องไปเล่นๆแบบนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว และมิเชลก็ดูท่าจะไม่มีแรงซะแล้วด้วย..
“เอาล่ะ..เปลี่ยนของเล่นกันดีกว่านะ…”
“...แฮ่ก แฮ่ก…”
มิเชลมองตามหลุยส์ที่เดินไปหยิบอุปกรณ์อันใหม่มา นั่นยิ่งทำให้มิเชลผวาจนเกือบเข้าขั้นช็อคเลยก็ว่าได้ เมื่อหลุยส์ได้อุปกรณ์นั้นมา ก็เดินกลับไปหามิเชลที่พยายามที่จะดิ้นเพื่อให้ออกจากการพันธนาการ
“อย่าดิ้นสิ….เธอจะเจ็บกว่าเดิมนะ….”
“ปล่อยฉัน!! ปล่อยฉันสิ!!! แมธธิว!!!!!”
“จุ๊ๆๆๆๆ...อย่าส่งเสียงไป….” ยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมเดินเข้าไปใกล้…
“ไม่…..ไม่นะ….ไม่!!!!!!!!”
“แมธธิว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
.
.
.
[“-ธิวววววววววววววววววว!!!!!”]
“โอ้ย!...จิ๊….”
“เป็นอะไร?.....”
“..ฉันไม่เป็นไร..…ฉันแค่...ฉัน.…ฉันต้องไปแล้ว...”
โนอาห์ที่นอนอยู่ข้างๆแมธธิวก็ลุกขึ้นถามอาการของอีกคนอย่างเป็นห่วง เพราะอีกคนแลดูจะเจ็บปวดมากเลยทีเดียว แต่ก้ไม่ได้คำตอบอะไรมา… ก่อนที่แมธธิวจะลุกออกจากเตียงและแต่งตัวเตรียออกไป
“จะไปไหน?....”
“กลับบ้านน่ะ...ป่านนี้..แม่ฉันกับมิเชลคงเป็นห่วงแย่แล้ว…”
“นายกับมิเชลอยู่บ้านเดียวกันหรอ?....”
“เฉพาะช่วงวันศุกร์ถึงอาทิตย์น่ะ...เพราะพ่อมิเชลต้องไปตรวจตราสุดสัปดาห์บ่อยๆ แล้วบ้านของหมอนั่นก็อยู่ติดป่ามากกว่าฉัน พ่อหมอนั่นเป็นห่วง เลยให้มาอยู่ด้วยน่ะ”
แมธธิวพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะให้มีเหตุผลที่จะให้โนอาห์เข้าใจและปล่อยเขาไป เมื่อโนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็กลับลงไปนอนอย่างเดิม แมธธิวที่เห็นแบบนั้น ก็รีบแต่งตัว และจูบลาอีกคนไปทีนึง ก่อนจะเดินออกจากห้องและลงไปที่ลานจอดรถ
ณ บ้านของแมธธิว
“กลับมาแล้วครับแม่….”
“ไปไหนมาหรอแมธธิว? กลับมาช้าจัง…มืดแล้วนะ...”
“ก็..บ้านเพื่อนแถวนี้แหละฮะ...ไปช่วยติวหนังสือน่ะครับ…”
“อ๋อจ่ะ….เอ่อนี่...มิเชลเป็นอะไรก็ไม่รู้ แม่ขึ้นไปเคาะแล้วแต่มิเชลไม่ยอมเปิดให้เลย…”
แมธธิวทำหน้าตาตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเองทันที โดยที่มีอาลิเซียยืนงงกับการกระทำของลูกตัวเอง
“แมธธิว! เป็นอะไรรึป่าวลูก?”
เมื่อแมธธิววิ่งมาถึงหน้าห้อง ก็ไม่รอช้าที่จะเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูมันล็อค! แมธธิวรีบควานหากุญแจสำรองในกระเป๋าทันที ก่อนจะไขประตูและเปิดเข้าไป….
“มิเชล!!?....”
และเมื่อแมธธิวเข้ามา ภาพแรกที่เห็นคือ สภาพห้องของตัวเองที่เละเทะ และ กองกระดาษที่มีข้อความเขียนด้วยสีแดงว่า
“ขอรับจิ้งจอกตัวนี้ไป….ฮึ่ย!!! หลุยส์ แฮนซัน!!”
แมธธิวพูดกึ่งคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมกับขยำกองกระดาษนั้นอย่างไม่เหลือชิ้นดี สีหน้าตึงเครียด บรรยากาศที่มีความกดดันนั้นยิ่งทำให้สัญชาตญาณดิบของแมธธิวนั้นผุดขึ้นมามากขึ้น
“หลุยส์ แฮนซัน...ฉันจะตามฆ่าแก.”
------------------------------------------------------
ด้านมิเชล
“อ๊าาา!!! หยุดสักที!!”
“หึ...งั้นเธอก็เอาจิ้งจอกของเธอออกมาสิ…”
“จิ้งจอกอะไรฉันไม่รู้!! อยากได้ก็ไปหาที่ป่าสิ!...”
“อย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน!”
“อึก!!”
หลุยส์เข้าไปบีบเข้าที่ลำคอของมิเชลอย่างแรง จนมิเชลต้องดิ้นทุรนทุรายเพื่อที่จะหลุดจากการพันธนาการของหลุยส์อีกครั้ง
“การที่เธอยังอยู่ดีโดยไม่สลบก็เพราะพลังของจิ้งจอกตัวนั้น เพราะถ้าเป็นคนปกติโดนไป แค่เครื่องช็อตไฟฟ้าก็ได้ไปหาฮาเดสแล้ว! แต่นี้ฉันเอาแส้มาฟาดเธอ เธอก็ยังอยู่ดีไม่ใช่รึไง?”
“.......ฮึก…….”
“เพราะงั้น...เรียกมันออกมาสิ! เรียกมันออกมา!!”
“........อ้อ…..ฉันลืมไป...จิ้งจอกมันจะออกมาก็ต่อเมื่อเจ้านายมันมีอันตรายถึงชีวิตสินะ…”
เมื่อหลุยส์พูดแบบนั้น ก็ทิ้งแส้ลงกับพื้นและปลดกุญแจมือทั้งสองข้างของมิเชล และแก้มัดทุกๆอย่างให้ ก่อนที่จะโยนมิเชลไปอัดกับกำแพงดังปัก!
“อั่ก!....แค่ก แค่ก….”
“เอาล่ะ...มาสนุกกันดีกว่า….”
------------------------------------------------------
ด้านแมธธิว
“แม่...แม่ไม่เห็นมิเชลออกไปจากบ้านหรอครับ?...”
“ก็ไม่นี่จ๊ะ...ทำไมหรอ?....”
“ป่าวครับไม่มีอะไร...งั้น...แม่ วันนี้ผมไปค้างบ้านเพื่อนนะ ไม่ต้องห่วงผม ล็อคบ้านล็อคประตูหน้าต่างทุกบานด้วยนะครับ รักแม่ครับ จุ๊บ”
และแมธธิวก็วิ่งออกไปจากบ้านและไปที่รถมอไซต์คันใหญ่ของตัวเองและบึ้นรถไปที่โรงเรียนในทันที ด้วยความเร็วที่เรียกว่าถ้าพลาดก็ตายสถานเดียว…
ณ โรงเรียน
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆแล้ว และอุณหภูมิก็เริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ แมธธิวที่เพิ่งมาถึงที่หน้ารั้วโรงเรียนก็ถอดหมวกออกและมองเข้าไปในโรงเรียนอย่างใช้ความคิด ก่อนจะลงจากรถและปีนรั้วโรงเรียนเข้าไป
ฟึ่บ
ตอนนี้แมธธิวสามารถเข้ามาในโรงเรียนได้แล้ว ก่อนที่แมธธิวจะมองไปรอบๆอย่างสังเกตุ ก่อนที่จะถอดแว่นที่ใส่มาเก็บลงกระเป๋ากางเกงไป
“.......มิเชล……..”
แมธธิวค่อยๆเดินไปตามทางที่จะไปสวนหลังโรงเรียนอย่างระวังตัว และมองหน้ามองหลังตลอด จนเดินมาถึงจุดที่เขาเคยเข้าไปช่วยมิเชลครั้งนึง…
แมธธิวทำใจแปปนึงก่อนจะเดินเข้าไปอีกครั้ง แมธธิวเดินเข้าไปตามทางยาวที่ทอดลึกเข้าไป เดินไปเรื่อยๆก็เจอกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์…
“หึๆๆๆ…..”
“.....หลุยส์ แฮนซัน…”
แมธธิวถึงกับอารมณ์โกรธพุ่งพร่านในทันทีที่เห็นเจ้าของชื่อ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดที่ร่างกายที่นอนทรุดตัวอยู่ตรงข้ามกัน… มิเชล….
ครืออออ….
เมื่อหลุยส์ได้ยินแบบนั้นก็หันไปหาต้นเสียงนั้นในทันที ก่อนจะมองไปรอบๆอย่างตื่นตัว เหมือนกับ...มีใครบุกลุกเข้ามา..
ครืออออ
และเสียงคำรามนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง หลุยส์ละจากมิเชลเพื่อไปตามหาต้นเสียงนั้น หลุยส์เปลี่ยนร่างไปเป็นสิงโตสีดำขนาดใหญ่มีเสียงครางในลำคอและตาที่ข้างนึงสีเขียวมรกต อีกข้างสีแดง และตาขาวก็กลายเป็นสีดำแทนซะอย่างนั้น ก่อนที่หลุยส์ในร่างสิงโตจะเดินไปรอบๆห้องเพื่อหาต้นเสียงของเสียงคำรามนั้น
“.....มิเชล….”
เมื่อแมธธิวเห็นว่าหลุยส์เดินออกไปจากห้อง ก็ออกมาจาที่ซ่อนและมุ่งเข้าช่วยมิเชลอย่างทันท่วงที มิเชลที่สภาพตอนนี้เต็มไปด้วยแผลมากมายทั้งลึกและน่าจะติดเชื้อ ทางมิเชลเองก็เหมือนจะไม่มีสติหลงเหลือแต่ก็ไม่ได้สลบ
“มะ….แมธธิว….”
“มีอะไร?.....”
“ฉัน….ทำไมฉันไม่สลบ….”
แมธธิวมองหน้าเพื่อนตัวเองที่ดูจะเหนื่อยอ่อนเต็มทนและตาที่ใกล้จะหลุบลงทุกที ก่อนที่จะมองขึ้นไปอีกนิด ก็เจอกับกลุ่มควันอ่อนๆที่มิเชลไม่น่าจะสังเกตเห็นได้ มันเป็นเหมือนหาง...หางจิ้งจอก… ก่อนที่แมธธิวจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นก็โดนจิ้งจอกที่อยู่ด้านบนหัวของมิเชลทำตาดุๆใส่ แมธธิวเลยแบกเพื่อนตัวเองขึ้นและเตรียมที่จะหนี
“จะเอาของของฉันไปไหน แมธธิว!!!”
“อ๊าา!!!”
เมื่อแมธธิวได้ยินเสียงของหลุยส์ก็ถึงกับเข่าทรุดลงไป ทำให้มิเชลที่แบกมาด้วยนั้นลงไปนอนกองกับพื้นตามเดิม แต่ดีที่แมธธิวเอาตัวเข้ารับไว้ได้ทัน กลุ่มควันจิ้งจอกนั้นก็ออกมาจากตัวของมิเชลอย่างเต็มตัว และเข้าไปกันด้านหน้าของทั้งคู่ไว้ ซึ่งพวกมันมีทั้งหมดสามตัว หลุยส์ที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
“เจ้าหนู หลับตาซะ…”
จิ้งจอกตัวนึงหันไปพูดกับแมธธิว แมธธิวก็ทำตามอย่างว่าง่าย และไม่นานแสงวาบที่สว่างจ้าก็เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที แมธธิวที่หลับตาอยู่ก็สามารถรับรู้ได้
และไม่นาน เมื่อแสงนั้นหายไป แมธธิวก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ห้องของตัวเองซะแล้ว มิเชลเองก็อยู่ข้างๆ โดยที่ไม่มีบาดแผลเหมือนอย่างเมื่อกี้ แมธธิวถึงกับมองไปรอบๆอย่างงงๆ และก็เจอกับจิ้งจอกสามตัวที่ยืนเรียงกันอยู่ด้านหน้าพวกเขา
“เจ้าช่างอ่อนแอยิ่งนัก…”
“ไม่สามารถที่จะปกป้องนายของพวกเราได้ ช่างไร้ประโยชน์…”
“...........”
“...วะ….ว่าไงนะ?...”
“เจ้ามันอ่อนแอ!”
จิ้งจอกทั้งสามพูดออกมาพร้อมกันจนแมธธิวต้องผงะ แล้วก็ทำหน้าสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด พวกจิ้งจอกที่เห็นแบบนั้นก็หันมองกัน ก่อนจะมองกลับไปที่เดิม
“ดีนะ..ที่ที่นั่นไม่ใช่โลกแห่งความจริงน่ะ…”
“ห๊ะ?...โลกแห่งความจริงอะไร?....”
“โลกที่เจ้านั่นสร้างขึ้น...เรียกในภาษาของเจ้า...ก็คงจะ..โลกแห่งความฝัน….”
“...เจ้านั่นพยายามที่จะใช้พวกข้าเป็นยารักษา…”
“เอ่อ…..”
“ข้าชื่อ คิทซึเนะ ”
“เอ่อ นี่..คิทซึเนะ.แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมอนั่นได้พวกนายไป?...”
“.......จิตของ….”
“...นายน้อยน่ะ..…..”
“...ก็จะตาย…..”
.
.
.
[“ย๊าาาาาาาาาาาากกกกกก!!!!!!!!!!!!”]
---------------------------------------------
END EP5
จบไปอีกตอนแล้วคร้าบบบบบ!! อาจจะลงช้าหน่อยก็ขออภัยนะครับบ //โค้งงามสี่ห้าที
คราวนี้มาให้อ่านแบบจุใจ ไขปริศนาต่างๆ(?) อาจจะมีแต่งแบบมึนๆไปบ้างก็ขออภัยนะคร้าบบ และอย่าลืม!
*ติดตามกันยันลูกของลูกบวชด้วยนะครับบบ!!*****